ตอนที่ฝรั่งเศสเข้ามาอินโดจีนใหม่ๆ สมัยรัชกาลที่ 4 เพิ่งได้ไซ่ง่อน พวกเขาก็เริ่มสำรวจน้ำโขงทันที
มันแสดงชัดเจนว่า พวกเขามีเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ที่เงื้อมาตั้งแต่ปารีส เพราะฝรั่งเศสคิดว่า มันคือเส้นทางประตูหลังไปถึงตอนในของจีน
คณะสำรวจแม่น้ำโขง ดูดาร์ต เดอ ลาเกร และ ฟรานซิส การ์นิเยร์ สำรวจแม่น้ำโขง (ค.ศ. 1866–1868) ได้ทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่มาก อันนี้ต้องยอมรับความสามารถของฝรั่งเศส เพราะมันเป็นการบุกเบิกผจญภัยและท้าย เดินเรือสำรวจตั้งแต่ไซ่ง่อนปากน้ำ ขึ้นมาพนมเปญ ปี 1866-2329 ตอนนั้นเขมรยังส่งส่วยสองฝ่ายฟ้าอยู่เลย
เจอะนครวัด ขุมทรัพย์อารยธรรมแบบคิงส์โซโลมอน แผนการขีดแผนที่อาณานิคมอินโดจีนงอกมาจากคณะสำรวจนี้แหละ จากนั้นก็เจอะหลี่ผี ขึ้นไปหลวงพระบาง ตอนนั้นก็ยังขึ้นสยาม แต่ฝรั่งเศสได้ขออนุญาตสำรวจจากกรุงเทพไว้ก่อน ขึ้นไปถึงสิบสองปันนาได้ในที่สุด
ปี 1868 /2411 ฝรั่งเศสก็รู้ผลตอบแล้วว่า แม่น้ำโขงไม่สามารถเป็นประตูไปสู่จีนได้ด้วยอุปสรรคเกาะแก่ง แค่หลี่ผีก็จบแล้ว ต่อให้ผ่านหลี่ผี เจอะเกาะแก่งข้างบนยังไงก็จบ จีนที่เป็นเจ้าถิ่นยังเดินเรือเชื่อมซือเหมากับหลันฉังเจียงตอนบนไม่ได้เลย
สำเร็จไหม ...แม้จะรู้ว่าเป็นทางคมนาคมไม่ได้ แต่ก็เป็นแนวแผนที่การขยายอิทธิพลต่ออย่างไร มันก็บรรลุผลในระดับหนึ่ง
ผลจากการนั้นกระทบสยามโดยตรงด้วยสิ
ผลจากการสำรวจฝรั่งเศสก็ได้รับข้อมูลที่คุ้มค่าว่า ต้องเดินทางผ่านแม่น้ำแดงจากตังเกี๋ยเข้าไปถึงยูนนานคุนหมิงได้
แนวคิดขอบเขตแผนที่อาณานิคมวาดถูกขึ้นเสร็จตั้ง 2411 แล้ว ปีนั้นรัชกาลที่ 5 เพิ่งเสวยราชย์เป็นกษัตริย์หนุ่มน้อยอยู่เลย
การทยอยเสียดินแดนของสยาม ค่อยมาเริ่มเมื่อหลายปีจากนั้น ม.ปาวี มารับตำแหน่งรองกลสุลในสยาม ขอติดทัพเจ้าพระยาสุรศักดิ์ฯตอนเป็นเจ้าหมื่นไวยฯ ขึ้นมาหลวงพระบางปี 2428 ปีนั้น เจมส์ แมคคาร์ธี ขึ้นมาทำแผนที่สยาม กำหนดเขตคลุมสิบสองจุไท เมืองแถงเดียนเบียน เลาะน้ำม้าลงไปถึงมายโจว ต่อน้ำดำด้วยซ้ำ แผนที่ดังกล่าวก็ยังอยู่
จากนั้นก็เกิดฮ่อไปตีหลวงพระบางไล่หลังทัพเจ้าหมื่นไวยสุรศักดิ์ยกกลับ อันนี้มีเรื่องราวเยอะค่อยเล่า เจ้าเมืองไล เจ้าไล / ในเวียดนามเป็นคนสำคัญสยามเอาลูกชายเขาลงมาเป็นตัวประกันกรุงเทพ เมืองไลชวนฮ่อธงดำตีหลวงพระบางเสียเลย
ปาวี เป็นคีย์แมนของการทยอยเสียดินแดน สิบสองจุไท/เมืองพวน 2431 ต่อมาก็ชวนเจ้าอุ่นคำหลวงพระบางเข้ากับฝรั่งเศส สยามเสียหลวงพระบางต่อจากนั้น จากเหตุ ร.ศ.112 ปาวี อีกแล้ว สนธิสัญญาตอนนั้นคือดินแดนฝั่งซ้ายทั้งหมด
แต่ฝรั่งเศสไม่ต้องการแค่นั้น แม่น้ำโขงเป็นเส้นทางตีหลังบ้านจีนไม่ได้ก็จริง แต่เป็นเส้นพรมแดนและการสัญจรภายในอาณานิคมอินโดจีน เวียดนาม/กัมพูชา/ลาว ได้ตลอดแนว
ดังนั้น การยึดเอาดินแดนฝั่งขวาแม่น้ำ ก็ตามมาอีก ไชยะบุรี ต่อแดนจากน่าน ปาวี เคยเดินทางมาเขารู้ว่าเป็นทางเชื่อมจากกรุงเทพพิชัยน่านข้ามไปปากลายริมโขงที่ลาวได้ง่ายๆ และดินแดนฝั่งขวาที่สำคัญอีกจุดคือจำปาสัก ตรงข้ามอุบล ช่องเม็ก
หากดูแผนที่ปัจจุบัน แนวน้ำโขงไทยลาวสิ้นสุดแค่ปากน้ำมูล ข้ามช่องเม็กไประยะใหญ่กว่าจะถึงน้ำโขง เพราะตรงนั้นเป็นจำปาสักเดิม มีปราสาทวัดพู มีเมืองที่ฝรั่งเศสต้องการ
การควบคุมแม่น้ำโขงเป็นแม่น้ำภายใน ดำเนินกิจการภายในเบ็ดเสร็จเป็นสิ่งที่ถูกวางไว้แต่ต้น อ้าว ... ก็สยามยังมีแนวกั้นแม่น้ำโขง จากอุบลขึ้นมาถึงหนองคายเลยนี่ สมัยโน้นเขาสำรวจแล้ว ไม่มีการคุกคามอะไรได้ ข้ามมาฮุบเอาอีสานฝั่งนี้อีกเดี๋ยวชนกับอังกฤษ ทิ้งไว้เป็นกันชน แต่ก็มีเงื่อนไข ห้ามสยามตั้งทหารชิดแม่น้ำ รัศมี 25 ก.ม.
เป็นหลักประกัน ต่อให้ฝรั่งเศสเดินเรือ ทำกิจกรรมในแม่น้ำโขงใดๆ ก็จะไม่มีภัยคุกคามจากฝั่งขวาแน่นอน พอเลยจากหนองคาย -เลย แม่น้ำโขงก็มุดหายเข้าไปในเขตไชยะบุรีแล้ว เพราะฝรั่งเศสตอนแรกถือว่าหลวงพระบางเป็นยุทธศาสตร์ผลประโยชน์สำคัญ
ที่จริงพอปกครองไปเรื่อยๆ ฝรั่งเศสก็ไม่ได้ทุ่มเทพัฒนาลงทุนอะไรให้ทั้งลาวเขมร มากเท่ากับไซ่ง่อน ฮานอย
แม่น้ำโขงก็ไม่ได้ใช้จริง แต่สร้างเงื่อนไขควบคุมเบ็ดเสร็จเอาไว้ก่อนล่วงหน้าไปแล้ว
ที่เขียนนี่ไม่ได้คิดไม่ดีฟื้นฝอยหาตะเข็บอะไรกับพี่น้องทางลาวเลย เราสองประเทศรับมรดกฝรั่งเศสมาอีกทอด ที่ผ่านมาก็ประวัติศาสตร์ให้เราได้เรียนรู้
---------
ภาพ/ "COURSES DE PIROGUES À BASSAC" (การแข่งเรือพายที่เมืองบาสัก-ย้อมสีใหม่ ) ส่วนหนึ่งของบันทึกการสำรวจโดยคณะของ ดูดาร์ต เดอ ลาเกร และ ฟรานซิส การ์นิเยร์ (วาดโดยหลุยส์ เดอลาปอร์ต - Louis Delaporte) /
เดอลาปอร์ตตายในจีน เหลือแต่กานิเยร์ ที่ต่อมาพยายามจะเปิดทางแม่น้ำแดง รุกมาสร้างอิทธิพลแถบตังเกี๋ย รบกับฮ่อธงดำ แพ้ฮ่อครับ คนที่ฆ่ากานิเยร์ คือ หลิวหยงฝู คนนี้ฮีโร่ท้องถิ่นประจำเขตจีนใต้ ทัพสยามของเจ้าพระยาสุรศักดิ์ไม่รู้จักฮ่อ บันทึกเรียกเขาว่า ลิ่วตายัน ดีที่ไม่เจอะกัน ไม่งั้นทัพสยามคงจบไม่สวย

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น