วันเสาร์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ขุมทองเขาชัยสน ตอน 2

ขุมทองเขาชัยสน ตอนที่ 2

ตอน : นักข่าว

ที่ว่าการอำเภอเขาชัยสนวันนี้คึกคักเป็นพิเศษขนาดที่รถยนต์หลายสิบคันต้องหาที่จอดภายนอกรั้วด้วยวันนี้ทางกรมศิลปากรมาตั้งโต๊ะรับซื้อทองคำในราคาแพงกว่าทองรูปพรรณตามท้องตลาดเพราะเป็นทองที่มีคุณค่าทางโบราณคดี ผู้สื่อข่าวหลายสำนักถือกล้องวิดีโอเดินกันว่อนบริเวณหน้าอาคารห้องประชุม เจ้าหน้าที่ตำรวจราว 20 นายยืนรักษาการณ์ดูแลความเรียบร้อย อาสาสมัครอป.พร.ในชุดกากีอ่อนเป่านกหวีดโบกรถที่แยกทางเข้าทำให้บรรยากาศยิ่งดูไม่ปกติธรรมดา

            ที่โต๊ะยาวภายในโรงอาหารหลังอำเภอ จอน - ณขจร จันทรา หนุ่มหน้าคมอายุอานามเกิน 30 ปีคิ้วหนาดวงตากลมใหญ่ ใบหน้ามีไรหนวดเคราประดับเพิ่มลักษณะบึกบึนเพิ่มความรู้สึกเป็นชายฉกรรจ์กลางแจ้งมากยิ่งขึ้นกำลังก้มหน้าก้มตาตักขนมจีนน้ำยาใส่ปากด้วยความหิวโหย เมื่อเช้ามืดวันนี้เขาแบกกล้องมากับทีมอีกสองคนออกเดินทางจากหาดใหญ่ถึงที่นี่ก่อนแปดโมงทีมข่าวของ สำนักข่าวเทียนธรรมออนไลน์ ทั้งสามมาถึงแล้วยังไม่ทันได้พักก็ต้องเริ่มทำงานทันทีเพราะมีชาวบ้านทยอยนำทองคำที่พบมาคืนให้ทางการไม่ขาดสาย ต้องแยกย้ายไปถ่ายทำและสัมภาษณ์ผู้คนกว่าจะได้พักก็เลยเวลาเที่ยงแล้ว ทีมงานสองคนกินเสร็จไปแล้วเดินกลับไปยังอาคารที่ว่าการส่วนชายหนุ่มยังขอกินต่อ สั่งขนมจีนจานที่สามเข้าสู่ท้องด้วยความหิวโหย

            ขนมจีนน้ำยาเจ้านี้อร่อยเผ็ดร้อนตามแบบฉบับพื้นเมืองปักษ์ใต้ ว่ากันว่าแม่ค้ามีสูตรพิเศษปั่นเนื้อกั้งจากทะเลสาบผสมลงในน้ำแกงเป็นร้านขนมจีนที่ขึ้นชื่อลือชาของพัทลุงอีกร้านหนึ่ง จอนกวาดอาหารคำสุดท้ายเข้าปากแล้วยกแก้วน้ำเย็นสาดลงคอดับความเผ็ด คิดในใจรอดตายไปอีกมื้อ อาชีพของเขาไม่อนุญาตให้กินนอนเป็นเวลาเหมือนใครอื่น เขาฝึกตัวเองโดยอัตโนมัติเมื่อถึงเวลาได้กินจะต้องบรรจุอาหารลงไปให้เต็มที่เพราะไม่แน่ว่าจะได้กินมื้อต่อไปเวลาใด นี่ไม่ใช่สุขนิสัยที่ดีเขารู้ แต่มันจำเป็น

ควักกระเป๋าจ่ายเงินให้แม่ค้าแล้วชายหนุ่มเอื้อมหยิบกระเป๋าบรรจุกล้องและอุปกรณ์ขึ้นมาสะพาย เดินลูบท้องตรงไปทางด้านหน้าอำเภอมุ่งหน้าไปที่อาคารหอประชุมซึ่งมีชาวบ้านอยู่ที่นั่น ตั้งใจจะถามหาตัวเถ้าแก่ไฉร้านทองในตลาดเพราะได้ข่าวว่าแกได้ของมีค่าไปจากงานนี้หลายรายการ


            ทันใดนั้นนักข่าวหนุ่มก็สังเกตเห็นรถตรวจการสีดำแล่นเข้ามาในเขตรั้วอำเภอ สายตาที่ถูกฝึกมาจับไปที่ป้ายทะเบียนสีฟ้า ตัวอักษร ปรากฏหราอยู่บ่งบอกว่านี่เป็นรถของทูตานุทูตประเทศใดประเทศหนึ่ง รถคันนั้นแล่นตรงไปที่ด้านหน้าอาคารที่ว่าการอำเภอ มีคนลงจากรถมาสามคนแล้วก็เดินตรงเข้าไปในอาคารทันที

           จมูกเหยี่ยวของเขาได้กลิ่นข่าวสารโชยมา จอนขยับร่างกายเปลี่ยนทิศทางโดยสัญชาติญาณสองเท้ามุ่งหน้าไปยังอาคารที่ว่าการอำเภอแทนที่จะเป็นห้องประชุมที่กำหนดไว้เดิม เหลียวซ้ายขวาดูชั้นล่างไม่มีต้องอยู่ชั้นบนเป็นแน่ พอขึ้นบันไดจนสุดขั้นสายตาก็ทันเห็นคณะของอาคันตุกะผู้มาเยือนกำลังเข้าไปในห้องของนายอำเภอ จอนขยับตัวปรี่เข้าไปใกล้ทันพอสังเกตเห็นว่าภายในห้องมีผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรมและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกรมศิลปากรนั่งรออยู่แล้ว ปลัดอำเภอหนุ่มที่หน้าห้องประชุมเห็นนักข่าวโผล่มาจากบันไดแล้วปรี่ตรงมาก็พอจะเดาได้ว่าขึ้นมาเพราะสาเหตุใด รีบปิดประตูแล้วยิ้มรับพร้อมกับทำหน้าที่เป็นนายทวาร


            ขอโทษครับ เข้าไปไม่ได้ครับ

            ครับ...ไม่เข้า...เอ่อ...คณะทูตจากที่ไหนเหรอพี่จอนเรียกปลัดหนุ่มว่าพี่เป็นการให้เกียรติทั้งๆ ที่รู้ว่าหนุ่มหน้าอ่อนคนนี้เยาว์วัยกว่า

            ปลัดอำเภอหนุ่มน้อยเพิ่งจบยังไม่มีประสบการณ์มากพอจะตอบคำถามจากสื่อมวลชนโดยตรงด้วยเกรงว่าจะถูกตำหนิจากผู้บังคับบัญชา ลังเลอยู่เล็กน้อยจึงเอ่ยตอบอย่างระมัดระวัง


            ผมว่ารอถามจากท่านนายอำเภอดีไหมครับ ผมเองก็ไม่รู้อะไรเหมือนกัน

            จอนยิ้มให้กับปลัดอำเภอหนุ่มน้อย...บอกกับตนเองโดยพลันว่าคงจะไม่ได้ อะไร เพิ่มเติมจากจุดตรงนี้แล้วต้องไปหาจากแหล่งอื่น จึงตอบไป ถ้าอย่างนั้นประเดี๋ยวผมกลับมา รอท่านนายอำเภอว่างก่อน แล้วก็หมุนตัวลงบันไดลงไปโดยไม่ชักช้า

เมื่อมาถึงด้านล่างจอนชะโงกออกไปด้านนอกมองหารถยนต์ตรวจการสีดำคันใหญ่ป้ายทะเบียนสีฟ้าคันนั้นทั่วทั้งลานจอดด้านหน้าแต่ไม่เจอด้วยเหตุที่จอดรถแน่นขนัดอยู่แล้ว เขาไม่ละความพยายามเดินไปด้านหลังสอดส่ายสายตาค้นหาไม่นานนักเขาก็พบเจ้ารถสีดำคันนั้นจอดนิ่งสงบอยู่หน้าบ้านพักนายอำเภอตรงมุมด้านในซึ่งเป็นเขตหวงห้ามรถทั่วไปเข้าไปไม่ได้ จุดตรงนั้นเป็นปากประตูเข้าบ้านพอดี คงเป็นใครสักคนบอกให้จอดได้เพราะคนธรรมดาไม่มีใครกล้าขวางทางเข้าบ้านของนายอำเภอ จอนคิดในใจ

สายตากลมใหญ่ของชายหนุ่มจ้องไปที่รถคิ้วเข้มขมวดลงเพราะเหมือนรถจะปิดล็อกประตูไว้ เขาเดินอ้อมมาที่ด้านหน้ารถกวาดมองที่ป้ายและเครื่องหมายต่างๆ บนกระจกหน้า เห็นป้ายอนุญาตเข้าเขตกระทรวงการต่างประเทศของไทยเขียนไว้ชัดเจนว่าสำหรับรถของสถานทูตจีนก็พลันนักข่าวหนุ่มก็บรรลุเป้าหมายของความอยากรู้เบื้องต้น

อ๋อ...ที่แท้สถานทูตจีน

คำถามที่ผุดขึ้นในใจทันทีในลำดับถัดไปก็คือ “คนพวกนี้มาทำไม

เป้าหมายที่เขาอยากคุยด้วยลำดับต่อไปคือพนักงานขับรถคันนี้ เขากวาดตามองบริเวณรอบๆ อีกครั้ง นั่นยังไง...เจอแล้ว! ชายวัยกลางคนผมสั้นสวมชุดซาฟารีรองเท้าหนังเป็นมันวาวเรียบร้อยนั่งเหยียดขากางแขนอยู่ที่ม้านั่งตรงมุมบ้านนายอำเภอ

ไม่ต้องมีพิธีรีตองเกริ่นนำอะไรมาก จอนตรงดิ่งไปพร้อมกับส่งยิ้มทอดไมตรีให้ก่อน

หวัดดีพี่...พี่มากับรถท่านทูตเหรอครับ


ชายคนนั้นรีบกุลีกุจอรับไหว้ เปลี่ยนท่านั่งจากเหยียดยาวทอดอารมณ์มาเป็นตัวตรงสำรวมขึ้น

จอนรู้ว่านี่เป็นการเริ่มโอกาสของเขา ประสบการณ์ในการลงสนามข่าวพบปะผู้คนมากมายบอกให้เขารู้ว่าจะต้องปฏิบัติเช่นไรจึงจะได้ ข้อมูล ที่ต้องการชิงเป็นฝ่ายรุกเข้าทำ


ผมเพิ่งลงมาจากชั้นบนอำเภอเห็นนายอำเภอกับท่านผู้ตรวจคุยกับคณะท่านทูตเมื่อกี้นี้เอง...พี่มากับคณะทูตจีนนี่ใช่ไหม”   จอนเน้นย้ำคำว่าทูตจีนเพื่อจะยืนยันข้อมูลที่ได้มา 


เขาคนนั้นพยักหน้ารับ ครับ สั้นๆ เพราะไม่รู้ว่าจะตอบอะไรต่อ แต่สำหรับจอนคำสั้นๆ คำนี้คือการยืนยันข้อมูลข่าว

ท่านทูตมาหรือเปล่าพี่ จอนถามลอยๆ


อีกฝ่ายส่ายหน้าแต่ไม่พูดอะไรตอบกลับ....จอนไม่ลดละความพยายามชวนคุยต่อนำเสนอประเด็นที่น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นให้การสนทนาสืบต่อไปได้


ผมเป็นนักข่าวพี่ มาทำข่าวเรื่องชาวบ้านขุดทอง เมื่อเช้าเอามามอบให้กรมศิลปากรราวสามสิบบาทได้กระมัง คิดเป็นเงินหลายแสน...พี่มาทำไมเหรอ มาดูทองหรือเปล่า ให้ผมพาไปดูไหมใกล้ๆ นี่เอง ชายหนุ่มชวนคุยพร้อมกับยิงคำถามพร้อมข้อเสนอที่เป็นเป้าหมายทั้งจริงลวงปนกัน

สารถีวัยกลางคนยังไม่ไว้ใจหนุ่มผมยาวที่จู่ๆ มาชวนคุยเท่าใด แต่ก็ยินดีจะคุยในสิ่งที่ตนอยากรู้เช่นกันเพราะข่าวนี้เป็นข่าวใหญ่ครึกโครมอีกทั้งเมื่อตะกี้ก็เพิ่งลงพื้นที่มา จึงตอบไป

 “ผมพาคณะท่านมา...เอ่อขับรถให้น่ะ...ก็มาเรื่องดูทองที่เขาขุดนี่แหละ....เห็นเขาว่าแผ่นทองมีประทับตัวอักษรจีนด้วยหรือพนักงานขับรถเริ่มแหย่ถามประเด็นที่ตนอยากรู้เหมือนกัน


มีสิพี่...แบบหลอมเป็นก้อนแล้ว แบบเป็นทองรูปพรรณ แล้วก็แบบเป็นแผ่น เห็นว่าแบบที่เป็นแผ่นที่เขาเอามาคืนเมื่อเช้ามีอักษรจีนที่พี่ว่าด้วยจอนรีบตอบกลับไป รู้สึกว่าช่องที่ปิดตันแต่แรกเริ่มขยายถ่างขึ้น นี่คงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี


สารถีประจำสถานทูตเริ่มสนใจข้อมูลจากอีกฝ่ายเพราะเมื่อกี้ขณะที่คณะเจ้านายลงไปคุยกับตำรวจตนก็แอบได้ยินการพยายามซักถามถึงแผ่นทองที่มีอักษรจีนประทับอยู่หยกๆ จึงถือโอกาสซักถามข้อมูลเพิ่มเติมจากนักข่าวผู้มาชวนคุย

มีเยอะไหมแบบที่เป็นแผ่นที่มีภาษาจีน

หลายแผ่นอยู่นาพี่... ผมไม่แน่ใจยังไม่ได้สัมภาษณ์ผู้ตรวจเลย ก็ท่านยังคุยกับคณะจีนของพี่ยังไง ผมก็ต้องรอให้คณะพวกพี่กลับก่อน จอนตอบแบบสบายๆ ทอดกายเหยียดขาไปพลาง ที่จริงเขาก็ได้ยินชาวบ้านพูดกันว่ามีทองที่มีอักษรแบบนี้หลายแผ่นแต่ที่เขาเห็นกับตาก็แผ่นเดียวเมื่อเช้าเช่นกัน


              "พี่มาตั้งไกลมีน้ำกินหรือยัง ไปหาน้ำกินที่โรงอาหารโน่นกันไหมพี่"


อยู่ไม่นานหรอกเดี๋ยวก็คงกลับแล้วล่ะเพราะต้องไปหาดใหญ่ต่อ คำตอบนี้เป็นสัญญาณของได้ต่อการสนทนายืดออกไปอีก


อ๋อ...ไปนอนหาดใหญ่ ผมก็มาจากหาดใหญ่พี่ ว่างส่งเจ้านายแล้วผมพาไปเที่ยวได้นา จอนขยับตีสนิท


          ชายวัยกลางคนยิ้ม...ไม่รู้จะตอบรับหรือปฏิเสธดี

            อ้าว...แล้วพวกคณะทูตเจ้านายพี่เขาไม่อยากไปดูสถานที่จุดที่ขุดพบเหรอพี่ อุตส่าห์มาทั้งที จอนแหย่ทีเล่นทีจริงแต่ประสงค์ข้อมูลสำคัญซ่อนไปในคำถามนั้น

            ไปที่โน่นกันมาแล้วเมื่อสาย แล้วค่อยต่อมาที่นี่ คนขับรถประจำสถานทูตตอบพร้อมกับเผลอเหยียดขาทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้ตามสบายขึ้น จอนแอบยิ้มในใจได้ข้อมูลมาหนึ่งประเด็นแล้วก็ชวนคุยต่อ


            ดีๆ ครับพี่ ผมมาที่นี่ลงพื้นที่สามวันติดแล้ว ไปคุยกับชาวบ้านแถวนั้นหมดแล้ว เขาขายกันก้อนละสามแสนก็มี ที่เจอนะมีมากกว่าที่เอามาคืน ผมบอกพี่ตรงๆ เลย บางคนกลัวจะถูกตามได้ไปสามแผ่นเอามาขายคืนแผ่นเดียวกันเหนียวเผื่อใครไปฟ้อง จอนเล่าเรื่อยๆ เมื่อเห็นคู่สนทนาสนใจ

            น้องเป็นคนหาดใหญ่เหรอ อีกฝ่ายถาม

            เปล่าพี่ ผมคนนครฯ ไปทำงานหาดใหญ่บ้านอยู่หาดใหญ่


          “ทำข่าวอะไร

            สำนักข่าวเทียนธรรมออนไลน์ครับพี่ เมื่อก่อนเคยทำทีวีด้วยแต่ลาออก  แบบว่าผมมันพวกรักอิสระน่ะครับแล้วก็มาอยู่สำนักข่าวนี้..แล้วพวกพี่มากันกี่คน จอนลองแหย่ลองเชิงว่าคู่สนทนาเป็นคนเช่นไรเพราะเขาเห็นกับตาว่ามีคนลงจากรถไปแค่สามคน


            สามคน...เป็นเลขาทูตอยู่กรุงเทพคนหนึ่งที่เหลืออีกสองมาจากเมืองจีน นายสารถีตอบ


            โอ้โฮ...มาจากเมืองจีนเลย

จอนร้องอุทานเสียงสูง...คราวนี้จอนไม่ได้แกล้ง ชายหนุ่มรู้สึกประหลาดใจขึ้นมาจริงๆ ที่รัฐบาลจีนถึงกับส่งคนมาดูเรื่องการขุดพบทองคำโบราณที่จังหวัดพัทลุง


            พี่ผมถามตรงๆ เหอะ ที่เจ้านายพี่เขามาเป็นเพราะแผ่นทองคำที่ขุดพบนี่มาจากเมืองจีนเหรอ

            ชายวัยกลางคนผู้เป็นสารถีประจำสถานทูตส่ายหน้า ตอบกลับอย่างตรงไปตรงมา


            ไม่รู้เหมือนกัน แต่เหมือนเขาสนใจเรื่องนี้มากทีเดียว

            พี่ไปหาดใหญ่กี่วัน ผมถามจริงเผื่อพาเที่ยว จอนเอ่ยข้อเสนอออกไปเพราะนิสัยของเขาชมชอบคบหาผู้คนหลากหลายวงการและไม่จำกัดชนชั้น เขาถือหลักว่าวันหนึ่งเพื่อนเหล่านี้สามารถจะเป็นแหล่งข่าวสำคัญได้ คนขับรถผู้นี้ตรงไปตรงมาเหมาะจะคบหายืดยาวได้ต่อ


            ไม่รู้ว่ากี่วันเขาให้เตรียมชุดมา 4-5 ชุด พรุ่งนี้ไปกินข้าวที่กงสุลจีนประจำสงขลาแต่กลับมานอนหาดใหญ่เหมือนว่าเขาอยากจะอยู่จนเรื่องเสร็จ ไม่มีกำหนดกลับ..เอ่อ เรื่องไปเที่ยวกลางคืนส่งนายนอนแล้วคงออกมาได้ นายสารถีตอบจริงจัง

            ดีเลยพี่...จะได้พาเที่ยวสักคืน...อ้อ...พี่ชื่ออะไรผมจอน


          “ฮาๆ ไม่ต้องพาไปเที่ยวหรอกแค่แนะผมว่าจะหาซื้อไก่ย่างกอและได้ที่ไหน คราวก่อนมากินติดใจไม่หาย ผมชื่อเวทย์

          "อ๋อ ไก่ย่างอิสลาม ที่มีน้ำซอสแดงๆ ใช่ไหมพี่ มีขายหลายแห่งผมก็ชอบกินเหมือนกัน ว่าพลางจอนก็หยิบนามบัตรพร้อมเบอร์โทรศัพท์ติดต่อส่งให้เพื่อนใหม่ต่างวัยที่เพิ่งรู้จักแล้วก็เก็บเบอร์ติดต่อของอีกฝ่ายไว้ การพูดคุยสัพเพเหระหลังจากนั้นทำให้นักข่าวหนุ่มแดนใต้ได้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าชาวจีนคณะนี้เลือกเดินทางโดยรถยนต์เพื่อจะได้สามารถเดินทางไปมาและเห็นสภาพแวดล้อมของพื้นที่ได้ง่ายกว่าทางเครื่องบิน  ทั้งที่สามารถจะบินมาลงหาดใหญ่และใช้รถของสถานกงสุลจีนประจำสงขลาได้แต่เขาไม่เลือกวิธีนี้

            ส่วน เวทย์ ตั้งความหวังว่าเพื่อนใหม่นักข่าวคนท้องถิ่นที่คุยถูกคอกันวันนี้อาจจะช่วยให้งานของเขาและเจ้านายสะดวกขึ้นเพราะดูท่าทางจอนนั้นกว้างขวางคล่องแคล่วรู้จักพื้นที่เป็นอย่างดี


             เขาตั้งใจว่าจะหาโอกาสเล่าเรื่องนี้ให้กับหลี่เจี่ยเหิงฟังเผื่อว่าเลขาสถานทูตหน้าขาวจะสนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากจอนได้ได้อีกทางหนึ่ง หนุ่มคนนี้่น่าจะเป็นแหล่งข้อมูลที่ดีได้

            จอนยกมือโบกลาเพื่อนใหม่เมื่อเสียงโทรศัพท์เรียกตัวเวทย์บอกให้นำรถไปจอดรอรับคณะเจ้านายที่ด้านหน้าที่ว่าการอำเภอ ตาคมโตของชายหนุ่มจับอยู่ที่ป้ายทะเบียนรถสีดำที่เคลื่อนห่างออกไป แต่ก็ยังไม่ลืมยกโทรศัพท์สมาร์ทโฟนคู่ใจมาถ่ายภาพรถคันนั้นเก็บไว้ พลางครุ่นคิดในใจต่อว่าเรื่องราวของขุมทองเขาชัยสนอาจจะไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตำนานพื้นบ้านพัทลุงว่าด้วยขุมทรัพย์โบราณหรือตำนานการทำบุญหุ้มยอดพระธาตุเมืองคอนอย่างที่หลายคนคิด

            เขาเดินช้าๆ ตรงไปที่อาคารที่ว่าการอำเภอคิดในใจ นายอำเภอกับผู้ตรวจคงจะไม่บอกความจริงเรื่องคณะเจ้าหน้าที่ของจีนเดินทางมาพบด้วยเรื่องทอง หากว่าเขาต้องการเปิดเผยการเดินทางมาก็คงเรียกนักข่าวที่มีอยู่หลายสำนักเข้าไปถ่ายรูปและแถลงเป็นข่าวแล้ว

            และที่สุดก็เป็นไปตามที่จอนคาดไว้ นายอำเภอกับผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรมตอบสั้นๆ เพียงว่าทางเจ้าหน้าที่สถานทูตมากิจการด้านอื่น ส่วนทางอำเภอและกรมศิลปากรถือโอกาสขอความร่วมมือกรณีมีทองแผ่นที่มีตราประทับอักษรจีนจะขอให้ทางสถานทูตช่วยแปลและตรวจสอบต่อ

          จอนรับฟังคำให้สัมภาษณ์ด้วยสีหน้าเรียบเฉย สิ่งที่อยู่ในใจของนักข่าวหนุ่มชายแดนใต้เวลานี้ก็คือ เหตุใดถึงต้องมีเจ้าหน้าที่จากปักกิ่งบินด่วนเดินทางมาถึงพัทลุงถึงขนาดเตรียมการจะอยู่ในพื้นที่ต่อเนื่องอีกหลายวัน


           
มาแบบนี้...ต้องไม่ใช่การเสนอตัวแปลอักษรจีนอย่างปกติธรรมดาอย่างแน่นอน    จอนคิดแย้งในใจแต่ไม่ปริปากโต้เถียงกับแหล่งข่าวผู้เป็นข้าราชการชั้นสูง เพราะโต้ไปก็เสียเวลาเปล่า 

ย่ำค่ำวันนั้นทีมข่าวเทียนธรรมออนไลน์ขับรถเกือบร้อยกิโลเมตรโผเผกลับยังสำนักงานย่านถนนเลียบมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ อำเภอหาดใหญ่ด้วยความเหนื่อยอ่อน งานข่าวยุคใหม่ไม่ใช่แค่เขียนและถ่ายภาพเท่านั้นยังต้องทำคลิปวิดีโอ ตัดต่อคลิปอัพโหลดขึ้นเว็บไซต์ แยกประเด็นที่ได้มาเป็นสกู๊ปเสริมกว่าจะได้กลับบ้านก็ดึกคล้อย

จอนกลับถึงที่พักอาบน้ำเอนหลังบนที่นอน แต่แทนที่จะได้หลับจากความเหนื่อยเพลียมาตลอดทั้งวันสมองของเขากลับยังไม่สงบหมกมุ่นครุ่นคิดกับการเดินทางของคณะทูตจีนและปริศนาอักษรจีนบนแผ่นทองขึ้นมา


พลันนึกบางสิ่งบางอย่างขึ้นมาได้ ชายหนุ่มเด้งตัวขึ้นจากเตียงพุ่งมาที่โต๊ะคอมพิวเตอร์ทำงานมือหนึ่งเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์อีกมือคว้ากล้องถ่ายรูปดีเอสแอลอาร์คู่ใจมาเสียบสายโหลดภาพถ่ายวันนี้ออกมา เพียงไม่นานนักภาพถ่ายเหตุการณ์ที่เขาไปพบเห็นที่จังหวัดพัทลุงก็เรียงรายอยู่หน้าจอ จอนลุกขึ้นไปต้มน้ำชงกาแฟเพราะคืนนี้เขาคงอยู่ต่ออีกนาน


เมื่อบ่ายก่อนจะกลับเขาตามหาตัวชาวบ้านผู้ที่นำแผ่นทองที่มีตราประทับอักษรจีนมาคืนทางราชการจนพบตัว  สอบถามได้ว่าแกชื่อลุงเพื่อมบ้านเดิมอยู่ปากพนังมาปักหลักทำสวนอยู่ชัยบุรีหลายปีแล้ว จอนแนะนำว่าตัวเองเป็นลูกหลานชาวฉวางคนลุ่มน้ำปากพนังชาวเมืองคอนด้วยกัน เท่านี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นของการสัมภาษณ์เจาะลึกที่มาจากความยินยอมพร้อมใจของผู้ถูกสัมภาษณ์

            ลุงเพื่อม เล่าว่าแกตามคนอื่นไปดูเขาขุดทอง คนส่วนใหญ่มักจะรุมขุดกันบริเวณที่เจอตุ่มทองเป็นครั้งแรกแล้วก็วงรัศมีการค้นหาออกมาราวสามสี่เมตร แต่แกไม่เหมือนคนอื่น ลุงแกสังเกตจากร่องรอยการทำงานของรถแบคโฮว่านำดินที่ตักขึ้นไปทางด้านใด แล้วแกก็สังเกตก้อนดินใหม่ๆ ก้อนหนึ่งน่าจะเพิ่งถูกขุดขึ้นมาขนาดใหญ่กว่าลูกมะพร้าว แกจึงเริ่มต้นจากดินก้อนนั้นแล้วก็พบทองคำแผ่นในนั้น 4 แผ่นซ้อนกัน มีแผ่นหนึ่งที่มีตัวอักษรจีนประทับอยู่แกคิดว่านี่เป็นหลักฐานของแผ่นดินจึงนำแผ่นทองแผ่นนั้นไปคืนทางราชการ...ได้เงินจากการขายคืนเฉพาะแผ่นนี้ไปเกือบหกหมื่นบาท

            เมื่อเช้าระหว่างการตั้งโต๊ะรับมอบทองคำจอนไม่สามารถจะถ่ายรูปทองที่ชาวบ้านนำไปคืนต่อทางราชการในระยะใกล้ได้ เห็นแต่ภาพระยะไกล เขาจึงถามลุงเพื่อมว่าได้ถ่ายภาพทองแผ่นนั้นเอาไว้หรือไม่ ลุงเพื่อมพยักหน้ายิ้มบอกว่าลูกชายแกรับราชการเป็นใหญ่เป็นโตอยู่ที่เมืองพิษณุโลกซื้อโทรศัพท์สมาร์ทโฟนไว้ให้ใช้ และแกถ่ายรูปเก็บเอาไว้หลายใบ ตั้งใจว่าจะส่งไปให้ลูกชายดูแต่แกยังส่งไม่เป็น จอนเลยอาสาจะส่งให้ ได้ทั้งภาพและได้ช่วยเหลือแหล่งข่าวคนสำคัญ

            ภาพถ่ายตัวอักษรจีนประทับดุนบนแผ่นทองคำฝีมือลุงเพื่อมที่พอจะใช้การได้มีแค่สองภาพที่เหลือถ้าไม่หลุดโฟกัสก็ถ่ายเสียไกลจนมองไม่เห็นรอยอักษร จอนขอก๊อปปี้ภาพเหล่านั้นมาลุงเพื่อมไม่ว่าอะไรขออย่างเดียวอย่าบอกว่าแกมีทองเก็บไว้อีกสามแผ่น  จอนลงทุนสบถสาบานดังๆ ต่อหน้าแกว่าจะไม่บอกใครเด็ดขาดซึ่งจอนก็ตั้งใจอย่างนั้นจริงๆ

            บัดนี้ภาพของตัวอักษรจีนลายยึกยือติดกันเป็นแถวบนทองคำแผ่นอยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ของเขา จอนใช้ความสามารถในการใช้งานโปรแกรมตกแต่งภาพค่อยๆ เติมเส้นสีลงบนลายอักษรเพื่อให้มองเห็นอักษรได้ชัดเจนขึ้น วิธีการแบบนี้ต้องขยายภาพใหญ่ขึ้นแล้วใช้ความใจเย็นค่อยๆ เติมเส้นสีลงไปตาตามลายเดิม เพราะหากใช้วิธีอื่นเช่นการย้อมหรือทำสลับขั้วสีจากขาวเป็นดำภาพลายเส้นจะกลืนหายไปหมด

            เกือบตีสองแล้ว จอนยังนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ดวงตากลมใหญ่ใต้คิ้วหนาเข้มจับจ้องยังหน้าจออย่างจดจ่อ ลายอักษรที่เขาค่อยๆ แกะออกมาทีละเส้นเป็นรูปร่างเกือบเสร็จ เขามองผลงานด้วยความพอใจ

            อย่างน้อยก็พออ่านออกล่ะวะ จอนคิดในใจ สองฝ่ามือถูกันโดยไม่รู้ตัว นี่เป็นนิสัยประจำเมื่อใกล้เสร็จงานเขามักจะมีปฏิกิริยาเช่นนี้เสมอทำบ่อยจนเพื่อนร่วมงานสังเกตรู้ เมื่อไหร่ที่จอนเอาสองมือถูกันแปลว่างานของเขาเสร็จแล้ว

          กาแฟดำแก้วใหญ่ทำให้เขาตาสว่างอยู่ จอนตกแต่งรายละเอียดภาพให้อ่านง่ายดูชัดเจนขึ้น จากนั้นก็เปิดอีเมล์ขึ้นมาเขียนอะไรบางอย่างอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็กดส่งไป


            งานชิ้นสำคัญแล้วเสร็จด้วยดี งานชิ้นนี้ทำให้เขาหลับตาลงอย่างวางใจไม่มีอะไรติดค้าง เหลือบดูนาฬิกาหัวนอนเกือบตีสามแล้ว เขาเอื้อมมือปิดไฟชักห่มผ้ามาคลุมเหยียดกายนอนด้วยความสบายใจ

                                                 
     --------------

                                                (โปรดติดตามอ่านตอนต่อไป กำหนดออนไลน์ เช้าวันจันทร์ที่ 9 มิ.ย. 2557) 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น