วันพฤหัสบดีที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2557

ขุมทองเขาชัยสนตอนที่ 1

ขุมทองเขาชัยสนตอนที่ 1 




นวนิยาย

ขุมทองเขาชัยสน
โดย  :   กุรุ กุเฮน

******
คำนำจากผู้เขียน  

นวนิยายเรื่องนี้เขียนสด ผู้เขียนจะพยายามอัพเดทขึ้นออนไลน์วันเว้นวันทั้งนี้ขึ้นกับสภาพภารกิจประจำตลอดถึงเวลาเหลือจากเรื่องอื่นๆ  เรื่องที่เขียนได้แรงบันดาลใจจากข่าวการขุดพบทองคำจำนวนมากที่จังหวัดพัทลุงซึ่งเป็นข่าวอยู่ตอนนี้ อย่างไรก็ตามท่านพึงระลึกอยู่เสมอว่านี่เป็นแค่นวนิยายที่เป็นการจินตนาการขึ้นมา แม้จะมีชื่อ สถานที่ บุคคล ที่เหมือนหรือละม้ายคล้ายเรื่องจริงอยู่บ้างแต่ก็หาใช่เรื่องจริงไม่ ผู้เขียนเขียนเรื่องนี้ขึ้นเพื่อความบันเทิงส่วนตัวและต่อผู้อ่านที่ชมชอบอ่านเรื่องลักษณะนี้....และยินดีที่จะมีการแชร์หรือแนะนำไปเผยแพร่อ่านต่อโดยที่ไม่เกี่ยวข้องกับการแสวงหารายได้ผลประโยชน์

แต่หากเว็บไซต์ใดหรือท่านใดที่นำส่วนหนึ่งส่วนใดของงานชิ้นนี้ไปหาประโยชน์หรือทำซ้ำโดยที่มิได้นำไปเพียงเพื่อความบันเทิง ผู้เขียนขอสงวนสิทธิ์ที่จะดำเนินคดีตามกฏหมายว่าด้วยทรัพย์สินทางปัญญาต่อไป 

                                                       กุรุ กูเฮน (นามปากกา) 5 มิถุนายน 2557

                                                     ...................................................



ขุมทองเขาชัยสน
โดย  :   กุรุ กุเฮน

ตอน :  เจ้าหน้าที่สถานทูต

ณ สวนปาล์มหมู่ 6 ต.เขาชัยสน อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง  แดดเปรี้ยงตอนใกล้เที่ยงสาดประกายแสบตาลงมาจับที่ดินผืนใหญ่สว่างขาวมองลงไปเห็นระยิบแสง ที่ตรงนี้ถูกระดมขุดเป็นหลุมบ่อสูงต่ำ สีแดงน้ำตาลของชั้นดินเบื้องล่างสลับพลิกขึ้นมาด้านบนแทนที่ต้นหญ้าสีเขียว สื่อมวลชนสำนักหนึ่งขนานนามที่ตรงนี้ว่า ขุมทองเขาชัยสน
          เมื่อหลายวันก่อนที่นี่เต็มไปด้วยผู้คนมากมายหลายร้อยมารวมตัวกันเอาจอบเสียมเครื่องมือระดมขุดหาขุมทรัพย์ทองคำทั้งแบบแผ่นและทองหลอมเป็นก้อนที่ว่ากันว่ามีมากมายกระจัดกระจายอยู่ทั่วบริเวณ ด้วยจำนวนผู้คนขนาดนั้นแม้เจ้าของที่ดินจะห้ามปรามเช่นไรก็ทำไม่ได้ ทั้งตำรวจที่โรงพักกับทางอำเภอก็เคยส่งคนมาดูแต่ก็จนปัญญายับยั้งต้องปล่อยให้คนแปลกหน้าหลายร้อยมาปักหลักขุดหาตามสบาย.. บ้างรับซื้อตั้งแต่เช้าจดค่ำ รถราทั้งแต่มอเตอร์ไซด์ เก๋ง ปิกอัพจอดยาวเป็นกิโลไปไกลถึงปากทางถนนดำ
แต่มาวันนี้กลับไม่เหมือนเดิม ที่ดินหลุมบ่อที่เคยคึกคักกลับว่างเปล่าเงียบสงัดเป็นเพราะทางจังหวัดระดมเจ้าหน้าที่ทหารกระจายแถวหน้ากระดานกดดันชาวบ้านออกไปแล้วก็ล้อมเขตหวงห้ามเอาไว้ด้วยท่าทีแข็งขันประกาศว่าใครล่วงล้ำเข้าไปเป็นอันติดคุกแน่ ซึ่งจนบัดนี้ก็ยังไม่มีใครกล้าเอาอิสรภาพตัวเองลองทดสอบดูว่าคำสั่งของเจ้าหน้าที่จะขลังจริงหรือไม่  เจ้าหน้าที่ของกรมศิลปากรมาตั้งโต๊ะรับซื้อทองคำด้วยราคาแพงกว่าท้องตลาดและเตรียมจะเปิดหน้าดินขุดค้นที่แปลงนี้ตามหลักวิชาการในไม่ช้า
เพื่อนบ้านของตาจำเนียนเจ้าของที่แอบเล่าสู่กันว่าตาจำเนียนแกเองได้แต่ทำตาปริบๆ น้ำท่วมปากไปห้ามใครไม่ได้เพราะแกก็ได้ทองล็อตแรกไปโขอยู่ ว่ากันว่าแบ็คโฮขุดไปเจอตุ่มขนาดย่อม ตอนแรกก็ไม่รู้ว่าเจอสมบัติ รถก็ยังเดินหน้าขุดและพรวนพลิกดินดันไปมาหลายรอบกว่าจะรู้ว่าเจอขุมทรัพย์ บรรดาทรัพย์สมบัติทองคำในตุ่มก็กระจัดกระจายไปในที่ผืนนั้นอยู่พอสมควร ถึงกระนั้นแกก็คว้าทองชุดแรกไปมากที่สุด ไม่มีใครรู้ว่าได้ไปเท่าไหร่แม้กระทั่งไอ้เชียรคนขับแบ็คโฮเพราะมันมัวแต่ขุดดินให้เสร็จตามเงื่อนไขว่าจ้างตกเย็นก็กลับบ้านไป ตาจำเนียนอาศัยจังหวะช่วงเย็นวันนั้นขุดหาทองอยู่จนเช้า รุ่งขึ้นมาจึงป่าวระดมญาติพี่น้องให้ช่วยขุดหาเพิ่มจนข่าวหลุดออกไปถึงชาวบ้านคนอื่นในที่สุด
ว่ากันว่าทองก้อนใหญ่ที่ตาจำเนียนเอาไปขายเสี่ยไฉเจ้าของร้านทองในตลาดได้เงินมาร่วมแสนเสี่ยไฉซักไซ้ที่มาของทองอยู่นานด้วยเกรงว่าจะพลาดท่ารับซื้อของโจรเสียเงินเปล่า ตาจำเนียนจำยอมเปิดปากบอกที่มาที่ไปแล้วนั่นก็ทำให้เสี่ยไฉกลายเป็นหนึ่งในตัวตั้งตัวตีที่ระดมคนมาขุดหาต่อ ขนาดตั้งโต๊ะรับซื้อกันตรงนั้นเลย
วันนี้นายอำเภอเรียกตาจำเนียนไปประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่ของกรมศิลปากรแต่ยังคงเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารเอาไว้ในพื้นที่ห้ามคนเข้าออกอย่างเข้มงวด  มีชาวบ้านจากหาดใหญ่ นครศรีฯ หลายคนที่ไม่รู้ว่าทางการได้กั้นเขตหวงห้ามไว้ขับรถมาแต่เช้าเป็นร้อยกิโลเมตรเพื่อจะมาดูแต่ถูกกั้นอยู่ที่ปากทางเข้าไปไม่ได้ บ่นปอดแปดกลับไป
เมื่อเห็นผู้คนน้อยลง นายดาบตำรวจวัยราวห้าสิบผมหงอกขาวเริ่มแซมเหนือจอนหูในชุดเครื่องแบบสีซีด ซึ่งกำกับตำรวจลูกพลหนุ่มน้อยสองนายเฝ้าปากทางมาแต่เช้า เหนื่อยเพลียกับการต้องอธิบายผู้คนซ้ำๆ แถมมาเจอกับแดดเปรี้ยงไม่ปราณีผู้คนบนผิวโลกซ้ำเข้าไปอีก รู้สึกได้ทันทีว่าต้องหยุดพักสักครู่ นายดาบถอดหมวกมาโบกรับลมเดินเลี่ยงไปนั่งรับลมอยู่ใต้ต้นยางริมทาง กำชับลูกพลให้ทำหน้าที่ให้ดี
แต่ยังไม่ทันนั่งได้เต็มก้นสายตาของนายดาบพลันเหลือบเห็นรถตรวจการยี่ห้อดังสีดำสนิทติดฟิล์มมืดค่อยๆ คลานเข้ามาตามทางน้อย แกส่ายหน้าบ่นพึมพำ
มาอีกแล้ว....พวกอยากรวยเยอะจริง…”
นายดาบก้มลงหยิบขวดน้ำดื่มจากกองสัมภาระที่ประกอบด้วยกระติกน้ำแข็งและถุงใส่ข้าวห่อยกขึ้นมาดื่มเอนร่างพิงต้นยางเลิกให้ความสนใจกับรถสีดำที่เพิ่งมาถึง คิดในใจเดี๋ยวลูกพลไล่กลับไปเอง
ลุงดาบลาภ...ดาบลาภครับ เสียงลูกพลหนุ่มน้อยตะโกนเรียกระหว่างที่นายดาบกำลังยกขวดน้ำจ่อริมฝีปาก
หือ ดาบลาภจำต้องเหลือบสายตาขึ้นมองไปยังแหล่งต้นเสียงด้วยอารมณ์ขุ่นที่ถูกขัดจังหวะ แต่เมื่อเห็นท่าทางกวักมือเรียกปนอาการร้อนรนของลูกพลหนุ่มน้อยซึ่งเพิ่งจะจบจากโรงเรียนตำรวจภูธรภาค 9 แสดงว่าต้องมีอะไรพิเศษแน่ ดาบลาภรู้โดยประสบการณ์ทันทีว่านี่ต้องไม่ใช่เรื่องของ ชาวบ้าน ธรรมดาเสียแล้ว เพราะชาวบ้านปกติธรรมดาจะไม่ดื้อกับเครื่องแบบสีกากี แกยกหมวกขึ้นสวมหัวรีบวิ่งเหยาะๆ ไปที่ด่านกั้นถนน
รถตรวจการยกสูงสีดำคันนั้นลดกระจกหน้าด้านคนขับลงมา ดาบลาภยกมือแตะขอบหมวกทำวันทยาหัตถ์ไว้ก่อนตามความเคยชิน อาชีพตำรวจชั้นผู้น้อยถ้าไม่ใช่คนหงอใส่ก็ต้องยอมก้มให้เขาก่อน นี่เป็นธรรมเนียมของวงการนี้ที่เจ้านายเรียงรายขึ้นจนนับไม่ถ้วนแล้วยังมีเพื่อนของเจ้านาย นายของเจ้านายอีกทอด ดาบลาภอยู่มานานจนเข้าใจซึ้งสัจธรรมของตำรวจประทวนไปแล้ว
สวัสดีครับ ดาบลาภส่งเสียงไปก่อน


ชายผมเกรียนวัยกลางคนอายุราวสามสิบปลายๆ ดูแล้วต้องอ่อนอาวุโสกว่าเขาแน่ที่นั่งด้านคนขับรถรีบยกมือไหว้กลับส่งยิ้มฟันขาวมา เป็นที่แปลกใจกับดาบลาภพอสมควรเพราะส่วนใหญ่แล้วคนขับรถคันใหญ่มักจะวางท่าข่มตำรวจแก่ๆ อย่างเขา
สวัสดีครับ ผมมาจากสถานทูตจีนครับ
ชายหนุ่มหน้าขาวที่นั่งคู่กับคนขับผมเกรียนด้านหน้ารถชะโงกหน้าออกมา ยื่นเอกสารบัตรประจำตัวให้ ดาบลาภรับมาดูแบบลวกๆ เพราะบัตรประจำตัวใบนั้นเขียนโดยอักษรภาษาจีนและอังกฤษไม่มีอักษรภาษาไทยอยู่เลย เห็นแต่ภาพถ่ายของชายหนุ่มที่อยู่หน้ารถ ...ไวเท่าความคิดดาบลาภขยับห่างจากรถอ้อมไปดูป้ายทะเบียนหน้ารถเป็นป้ายสีฟ้าสำหรับรถของสถานทูตจริง ที่ด้านหน้ารถด้านขวามีธงขนาดเล็กถูกหุ้มอยู่จะแสดงออกใช้เมื่อมีงานพิธี
เอ่อ...มีอะไรให้ช่วยครับ น้ำเสียงดาบลาภอ่อนลงกว่าเดิมแต่กระนั้นก็ยังติดสำเนียงทองแดงค่อนข้างแข็งตามแบบฉบับคนท้องถิ่นปักษ์ใต้
ชายหนุ่มหน้าขาวเจ้าหน้าที่ทูตตอบกลับด้วยภาษาไทยกลางค่อนข้างชัดกลับมาว่า
          “
ผมกับคณะต้องการเข้าไปดูสถานที่ขุดพบทองคำครับคุณตำรวจ แค่ไปดูจุดที่ตั้งเฉยๆ
ดาบลาภชักลังเลขึ้นมาเพราะเขาได้รับคำสั่งให้กันประชาชนทั่วไปไม่ให้เข้าไปยกเว้นหน่วยราชการที่มีหน้าที่ แต่คำสั่งไม่ได้รวมสถานทูตเอาไว้นี่
ยังไม่ทันจะพูดอะไรเสียงของชายหนุ่มหน้าขาวคนเดิมรุกเร้าต่อ เราได้ข่าวว่าทองคำแผ่นที่พบมีอักษรจีนจึงอยากจะเก็บข้อมูลไปว่าจะเกี่ยวข้องกับเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของจีนด้วยหรือเปล่าเท่านั้นเอง ถ้าเป็นไปได้เราก็จะช่วยแปลให้กับทางการไทย ประเดี๋ยวเสร็จจากตรงนี้เราจะไปพบกับเจ้าหน้าที่กรมศิลปากรที่นัดหมายไว้แล้วด้วยครับ

เมื่อได้ยินคำว่า ได้นัดหมายกับเจ้าหน้าที่กรมศิลปากรแล้ว เรื่องราวก็ง่ายขึ้นมา... ดาบลาภยิ้มฟันขาวตัดกับหน้าดำเกรียมแดดยกมือแตะหมวกอีกครั้ง เปิดทางให้รถตรวจการสีดำคันใหญ่ตรงเข้าไปในบริเวณ คนขับรถหนุ่มผมเกรียนส่งเสียงขอบคุณแล้วยกกระจกฟิล์มสีดำทึบปิด พาเจ้าตรวจการคันใหญ่เคลื่อนออกไปทันที
ทันทีที่รถตรวจการเคลื่อนออกจากด่านกั้น ชายหนุ่มหน้าขาวด้านหน้าเหลียวตัวมาทางด้านหลัง ส่งภาษาจีนเร็วปรื๋ออธิบายสถานการณ์ให้กับบุคคลที่นั่งอยู่ด้านหลังสองคน  ชายชราร่างเล็กในเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีอ่อนพยักหน้าร้องฮ่อๆ เป็นทีเข้าใจ ขณะที่ชายร่างใหญ่สวมแว่นกันแดดดำชนิดป้องกันแรงกระแทกแบบที่หน่วยทหารหรือบอดี้การ์ดชอบใช้กันเพียงแค่พยักหน้ารับทราบ
          หลี่เจี่ยเหิง ชายหนุ่มหน้าขาวมีตำแหน่งเป็นเลขานุการเอกสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงเทพฯ เขาเรียนภาษาไทยจากมหาวิทยาลัยปักกิ่งคู่กับรัฐศาสตร์การทูตจากนั้นได้ทุนมาเรียนปริญญาโทที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยก่อนจะบรรจุเข้ารับการราชการที่สถานกงสุลจีนประจำเชียงใหม่อยู่สองปี เขาถูกจัดให้เป็นคนรุ่นใหม่ที่เชี่ยวชาญด้านไทยศึกษามากที่สุดคนหนึ่งในกระทรวงการต่างประเทศจีน เมื่อต้นสัปดาห์ที่แล้วปักกิ่งมีคำสั่งด่วนให้สถานทูตในกรุงเทพฯ รวบรวมข้อมูลข่าวสารการขุดค้นพบทองคำจำนวนมากที่อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง แต่แทนที่ท่านเอกอัครราชทูตจะมอบหมายภารกิจนี้ให้กับฝ่ายข่าวกลับมอบให้หลี่เจี่ยเหิงเป็นผู้รับผิดชอบ
            เขาใช้เวลาสองวันเพื่อรวบรวมข่าวสารเข้าแฟ้ม ด้วยการที่เขาอ่านเขียนภาษาไทยได้คล่องทำให้สามารถเข้าไปดูข่าวสารความเห็นของประชาชนตามบอร์ดแลกเปลี่ยนและโซเชียลมีเดีย นอกจากนั้นยังยกโทรศัพท์สอบถามจากเพื่อนร่วมชั้นเรียนปริญญาโทที่จุฬาลงกรณ์ซึ่งปัจจุบันรับราชการในสังกัดกรมการปกครองเพื่อสอบถามข้อมูลขั้นตอนของทางราชการไทยเพิ่มเติม หลี่ได้ยังนัดหมายพบปะผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรมซึ่งเดินทางลงพื้นที่พัทลุงในเย็นวันนี้ด้วย
            หลี่เจี่ยเหิงรู้ด้วยสัญชาติญาณว่างานชิ้นนี้ไม่ปกติธรรมดามากขึ้นเรื่อยๆ  เพราะอีกสองวันต่อมาทางปักกิ่งก็แจ้งให้สถานทูตในกรุงเทพฯเตรียมต้อนรับคณะผู้เชี่ยวชาญร่วมเก็บข้อมูลการค้นพบทองคำที่พัทลุง ซึ่งก็คือคณะที่เขานำลงพื้นที่ในวันนี้



ศาสตราจารย์ หลิวจ้าว จาก มหาวิทยาลัยเหรินหมินต้าเสีย เป็นคนสบายๆ ทันทีที่เขาไปรับที่สนามบินศาสตราจารย์ร่างเล็กที่แม้จะใกล้เกษียณแต่ก็ยังกระฉับกระเฉงแข็งแรงผู้นี้ยกมือปฏิเสธไม่ให้เขาหิ้วกระเป๋าให้ แกยืนยันจะลากกระเป๋าใบใหญ่ไปยังรถที่จอดรอรับจากนั้นก็ชักชวนเขาไปหาของอร่อยๆ กินที่ย่านเยาวราชซึ่งแกเสิร์ชข้อมูลมาก่อนแล้วว่าจะไปที่ไหน
ส่วน พ.ท.ฟู่เซิง ซึ่งเดินทางมาสมทบภายหลังนั้น เจ้าหน้าที่สถานทูตในไทยถูกจำกัดให้ทราบเพียงว่ามาจากกองทัพในเมื่อต้นทางไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดอื่นใดมาให้ก็เป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่รู้กันว่าไม่ต้องซักถามใดๆ เหมือนว่าท่านทูตจะคุ้นเคยกับงาน ลับ แบบนี้มาก่อนจึงกำชับหลี่เจี่ยเหิงไม่ให้ล้ำเส้นเข้าไปในวงที่ปักกิ่งและหน่วยเหนือไม่ต้องการให้รับรู้
รถตรวจการแล่นมาถึงบริเวณที่มีการขุดพบ นายเวทย์ พนักงานขับรถเก่าแก่เป็นเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่ไว้วางใจได้ของสถานทูตหยุดรถลงใต้ร่มไม้  ที่ตรงนั้นมีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ 2 นาย มีทหารอีกจำนวนหนึ่งกระจายตามจุดต่างๆ เหมือนว่าเจ้าหน้าที่บริเวณนี้ทราบข่าวการมาของพวกเขาแล้ว ตำรวจท้องถิ่นยศจ่านายหนึ่งเดินเข้ามาที่รถกุลีกุจอช่วยเหลือคณะชาวจีน
ศาสตราจารย์หลิวจ้าวใช้หลี่เจี่ยเหิงเป็นล่าม สอบถามที่มาที่ไปเหตุของการขุดพบ ถามข้อมูลแวดล้อมตลอดถึงลักษณะภูมิประเทศ ส่วนพ.ท.ฟู่เซิงเดินแยกออกไปตามหลุมบ่อที่ถูกเปิดหน้าดินออกมา ในมือถือเครื่องตรวจพิกัดดาวเทียมจีพีเอส  แล้วก็ยกกล้องขึ้นถ่ายภาพบริเวณรอบๆ


สักครู่ใหญ่ พ.ท.ฟู่เซิง ก็เข้ามาสมทบวงสนทนา ให้หลี่เจี่ยเหิง เป็นล่ามสอบถามนายจ่าตำรวจว่าละแวกใกล้เคียงกันนี้มีคลองหรือแม่น้ำใหญ่หรือเปล่า
นายจ่าตำรวจยกนิ้วขึ้นมาระดับริมฝีปากหันรีหันขวางดูทิศทางอยู่รอบหนึ่งแล้วหันมาบอกด้วยความมั่นใจ
ทางทิศเหนือมีลำคูเล็กๆ ไหลลงทะเลสาบได้ห่างจากนี้ไปไม่ถึงห้าร้อยเมตร ส่วนทางใต้มีคลองเมื่อก่อนตื้นเขินกรมชลประทานมาขุดลอกเมื่อปีกลายคลองนี้ก็ไหลลงทะเลสาบเหมือนกัน...อยากไปดูไหมครับเดี๋ยวผมให้ตำรวจขับนำไป
พ.ท.ฟู่เซิงตอบรับข้อเสนออย่างรวดเร็ว ดูเหมือนว่านายทหารจากกองทัพบกผู้นี้สนใจสภาพภูมิประเทศมากกว่ารายละเอียดของชนิดทองคำหรือพฤติกรรมที่ขุดพบ
ศาสตราจารย์หลิวจ้าวพยายามสอบถามเรื่องที่มีข่าวว่าแผ่นทองคำมีอักษรจีนประทับอยู่ด้วยและทองคำเหล่านั้นอยู่ในมือใครบ้าง ทางคณะต้องการแค่ถ่ายภาพอักษรไปเท่านั้นแต่ดูเหมือนว่าเจ้าหน้าที่ประจำที่จุดนี้ไม่มีผู้ใดทราบรายละเอียด บ้างก็ว่าแผ่นทองที่มีภาษาจีนประทับถูกขายไปยังพ่อค้าคนกลางแล้ว บ้างก็บอกว่ากรมศิลปากรมาติดต่อรับซื้อกลับให้ไปดูที่อำเภอเพราะขณะนี้ทางกรมศิลปากรและนายอำเภอตลอดถึงกำนันผู้ใหญ่บ้านล้วนแต่อยู่ที่นั่นกัน


อีกหนึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น หลังจากที่ตระเวนถ่ายภาพและไปดูลำคลองใกล้เคียง รถตรวจการสีดำของสถานทูตจีนก็แล่นออกจากพื้นที่ขุดพบทองคำมุ่งหน้าตรงไปยังที่ว่าการอำเภอเขาชัยสน


คิดว่าใช่ที่นี่ไหม...ผู้พันฟู่เซิง ศาสตราจารย์หลิวเอ่ยปากถามระหว่างที่รถคันใหญ่กำลังเคลื่อนช้าๆ บนเส้นทางคอนกรีตสายน้อย
เทียบจากบันทึกบอกว่าจากหลุมฝังแผ่นทองลงไปทางใต้ราวครึ่งลี้เป็นลำคลองสายใหญ่มุ่งหน้าไปภูเขาหินร้อนเย็น จุดตรงนี้ก็มีลำคลองจริงๆ ดูจากสภาพเมื่อก่อนน่าจะเป็นน้ำสายใหญ่มากพอที่เรือขนาดกลางจะแล่นเข้ามาถึง แต่ถ้าจะให้แม่นยำต้องดูจากอักษรประทับบนแผ่นทองจะดีกว่า พ.ท.ฟู่เซิงตอบคำถามศาสตราจารย์หลิว
ถ้าที่นี่เป็นจุดที่ถูกต้องแสดงว่ารัฐบาลของเราเข้าใจผิดมาโดยตลอดว่าของสิ่งนั้นอยู่ริมทะเลสาบเขมร แต่ที่แท้แล้วกลับมาอยู่ที่ทะเลสาบทางภาคใต้ของประเทศไทยต่างหาก ศาสตราจารย์พูดขึ้นลอยๆ กึ่งชวนคุยแต่ฟู่เซิงเงียบไปไม่ต่อคำ


          หลี่เจี่ยเหิงนั่งเงียบอยู่ตอนหน้ารถฟังคำสนทนาในเรื่องที่ตัวเองยังไม่ได้รับสิทธิ์ให้รู้แม้ว่าตนเองจะร่วมเป็นหนึ่งอยู่ในคณะก็ตาม ชายหนุ่มนั่งนิ่งฟัง...พยายามปะติดปะต่อเรื่องราว
            พ.ท.ฟู่เซิง หยิบแท็บเล็ตขนาดสิบนิ้วขึ้นมาจากกระเป๋าใช้เวลาไม่นานเปิดโปรแกรมแผนที่ขึ้นมาจากนั้นเขาป้อนพิกัดของจุดที่ขุดพบทองซึ่งบันทึกไว้จากจีพีเอส ชั่วพริบตาหลังจากนั้นสภาพภูมิประเทศของอำเภอเขาชัยสนและเขตใกล้เคียงก็ปรากฏขึ้นบนจอ ตัวอักษรระบุสถานที่ต่างๆ เขียนด้วยอักษรจีนทั้งหมด
            นายพันโทร่างใหญ่ขยับนิ้วไปมาอีกสองสามครั้งไม่นานก็มีภาพแผนที่อีกชุดหนึ่งขึ้นมาเทียบ แล้วเขาก็ยื่นจอส่งให้กับศาสตราจารย์หลิว
          “โอ...นี่ใช่เลย ภาพเปรียบเทียบระหว่างที่ตั้งของเมืองพระนคร นครวัดนครธมตั้งอยู่ตอนในทะเลสาบเขมร กับจุดที่ตั้งจังหวัดพัทลุงต้องแล่นเรือข้ามทะเลสาบจากทะเลใหญ่เข้ามาเหมือนกัน มิน่าคนรุ่นก่อนเราจึงสับสน พุ่งเป้าไปที่เขมรแล้วก็คว้าน้ำเหลวกลับมา หลิวจ้าวมองหน้าจอไปพลางพูดให้ความเห็นไปพลาง
            นี่ถ้าหากเราหา สิ่งนั้น เจอจริงๆ กลับไปคุณคงได้เป็นนายพลเลยสินะ
ศาสตราจารย์หลิวเย้าพลางส่งแท็บเลตคืนให้คู่สนทนาที่นั่งเคียงกันแต่ดูเหมือนฟู่เซิงจะไม่รับมุกนี้ ขมวดคิ้วทำหน้าเครียดใส่เพื่อนร่วมทีมซึ่งสูงวัยกว่าโดยไม่เกรงใจ
ผมไม่ชอบการล้อเล่นแบบนี้ โปรดอย่าทำซ้ำอีกนะศาสตราจารย์


            น้ำเสียงของพ.ท.ฟู่เซิง เย็นเยียบพร้อมแฝงความเฉียบขาดจนศาสตราจารย์หลิวรู้สึกได้ถึงรังสีไม่เป็นมิตรจากคู่สนทนา นักวิชาการร่างเล็กผู้ชราห่อตัวลง ปิดปากเงียบ หันหน้ามองออกไปนอกรถ ที่ตอนนี้เข้ามาถึงย่านชุมชนแล้ว




ถ้าที่นี่เป็นจุดที่ถูกต้องแสดงว่ารัฐบาลของเราเข้าใจผิดมาโดยตลอดว่าของสิ่งนั้นอยู่ริมทะเลสาบเขมร แต่ที่แท้แล้วกลับมาอยู่ที่ทะเลสาบทางภาคใต้ของประเทศไทยต่างหาก ศาสตราจารย์พูดขึ้นลอยๆ 

                                          (โปรดติดตามตอนต่อไป) 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น