วันอาทิตย์ที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2557

สงครามที่ยกทัพช้างครั้งสุดท้ายของไทย

ทัพสยามยกไปปราบฮ่อครั้งแรก 2418
เช้ามางัวเงียปาดขี้ตาตะเกียกตะกายมาหน้าคอมฯ กดจิ้มๆ ซื้อตั๋วออนไลน์ดูพระนเรศวรเป็นที่สำเร็จ - บ่ายนี้เจอกัน

ไปดูสงครามช้าง จะดูว่าท่านมุ้ยจินตนาการสงครามช้างออกมาเป็นภาพดราม่าแบบไหน ตอนที่อ่านขุนศึกอ้ายเสมาได้เป็นหนึ่งในจาตุรงคบาทถือดาบคู่อารักขาช้างทรงนึกจินตนาการไปทางหนึ่งพอมาเห็นหนังตัวอย่างขบวนรบที่จัดไปพร้อมช้างของท่านมุ้ยโอ่โถงพิลึกเกินกว่าจินตนาการเดิมของตัวข้าพเจ้า อือ...ดูเสร็จค่อยมาโม้ ยั่วน้ำลายคนยังไม่ได้ดูดีมั้ย

การใช้ช้างในสงครามคงเหมือนรถถังยุคปัจจุบันอ่ะนะ ช้าแต่หนัก ฮันนิบาลแห่งคาเธจใช้ช้างสู้กับโรมกลายเป็นตำนานเล่าขานถึงยุทธวิธีแบบฮันนิบาลมาถึงทุกวัน แต่แปลกอินเดียเป็นเมืองแห่งช้างแท้ๆ แต่กลับไม่มีเรื่องราวของช้างในการสงครามอย่างเรื่องมหาภารตยุทธก็ไ่ม่มี มีแต่รถศึกซึ่งเป็นนวัตกรรมสำคัญในยุคนั้น ช้างคงมาใช้กันยุคหลังจากนั้นกระมัง ดูจากช้างเพื่อนแก้วก็ได้ (ฮา)

ไทยเราใช้ช้างในการสงครามครั้งสุดท้ายเมื่อสมัย ร.5 สงครามฮ่อ เพราะยุคนั้นยกไปลาวต้องเดินเอา สงครามฮ่อเป็นอะไรที่ยาวนานหลายครั้ง ยกไปครั้งแรก 2418 ครั้งหลัง 2430 ส่วนใหญ่จะแบ่งทัพเป็น 2 ส่วนยกไปทางอีสานตรงไปหนองคายทัพหนึ่ง ทัพนี้ไม่ค่อยได้รบ ส่วนอีกทัพผ่านทางพิชัย (อุตรดิตถ์) เบี่ยงขวาไปทางน่าน ออกไซยะบุลี เจอน้ำโขงที่ท่าเดื่อแล้วก็ไปที่หลวงพระบาง ทัพนี้รบจริง แม่ทัพสำคัญของทัพนี้คือเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี ยกกันไปเอาช้างไปด้วยเป็นร้อยเชือกข้ามดอยข้ามน้ำแบบโบราณเลย กว่าไปถึงลาวใช้เวลาสามสี่เดือน

เคยเขียนใน FB นี้นานแล้ว เพื่อนใหม่คงไม่ทันอ่าน เกร็ดการยกทัพของคนยุคนั้นมีมากมาย เดินทัพเหมือนไปเที่ยวเพราะใช้เวลาเป็นเดือนค่อยๆ ยกกันไปหุงหาอาหารรายทาง เรามีนิราศดีๆ จากการยกทัพมาแต่ต้นรัตนโกสินทร์ เกร็ดที่ว่าหม่อมคึกฤทธิ์ท่านเขียนว่า การเดินทางมันไกลเลยต้องมีการร้องกราวกันให้คึกคักสนุกสนาน ดังนี้

"พลทวนถือทวนถ้วนดอก พลหอกถือหอกสามสี พลช้างขี่ช้างหางชี้"

หม่อมคึกฤทธิ์แกจำได้ 3 วรรค แหมๆๆๆ แค่สามวรรคก็สยิวเลี้ยว......ทำให้ไอ้เราอยากฟังเพลงกราวที่ว่านี้ทั้งเพลง... จนปัญญาไม่รู้จะหาจากที่ไหนได้.

ป.ล.ภาพจากวิกิพีเดีย การยกทัพไปปราบฮ่อครั้งแรก 2418

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น