วันอาทิตย์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

จาก Far And Away ถึง Sooner ที่ริมฟุตบาทบ้านฉัน



บัณรส บัวคลี่
                งานเขียนชิ้นนี้เป็นผลมาจากการสังเกตความเปลี่ยนแปลงของเส้นทางกลับบ้านที่ต้องใช้เป็นประจำ เมื่อปีก่อนสองฟากถนนเชียงใหม่-แม่โจ้ ระยะจากสามแยกซุปเปอร์ไฮเวย์มาถึงแยกรวมโชค และถนนวงแหวนรอบกลางเปลี่ยนแปลงไปมากเหลือเกิน แต่ก่อนมีรถเข็นขายอาหารริมทางเฉพาะจุดภายในเวลาเพียงปีเดียวฟุตบาทของถนนเส้นนี้แทบไม่เหลือที่ว่างเพราะมีผู้ค้าหน้าใหม่ทยอยมาจับจองเปิดกิจการรายทาง หรือแม้กระทั่งถนนสายใหม่อย่างวงแหวนรอบกลางที่เดิมค่อนข้างเปลี่ยวร้างเหมาะกับการจ๊อกกิ้งก็เริ่มมีเต๊นท์ขายของมาปักจองแล้ว
               วันก่อนน้องภรรยาไปวัดสวนดอกเล่าว่าทางวัดออกกฏห้ามจอดรถที่ถนนด้านหน้าวัดทำให้ชาวบ้านแถวนั้นโวยวายพอสมควรแต่ผมเห็นว่าทางวัดต้องใช้ไม้แข็งออกคำสั่งดังกล่าวก่อนวัวจะหาย เนื่องจากเมื่อหลายเดือนก่อนเริ่มมีรถแดงบางกลุ่มไปปักหลักจับจองพื้นที่ถนนด้านหน้าเสมือนเป็นที่จอดรถประจำและจะพัฒนาเป็นคิวต่อไป เรื่องการจับจองผิวถนนเป็นคิวรถนี่ได้ยินบ่อย การจิ้มจุดใดจุดหนึ่งบนถนนหลวงแล้วพัฒนาเป็นคิวรถนี่เป็นนวัตกรรมแบบไทย ๆ ที่กรมการขนส่งทางบกเองได้แต่ตาปริบ ๆ
                  การจับจองที่สาธารณะมาเป็นสมบัติตนเองของสังคมไทยทำกันเป็นล่ำเป็นสัน อย่างไนท์บาร์ซ่าที่โด่งดังของเชียงใหม่ก็เข้าอีหรอบนี้แหละจนปัจจุบันราคาเซ้งพื้นที่ขายทางเท้า 1 ล็อกตกหลายแสนบาท ไม่ต้องมีโฉนด ไม่ต้องมีเอกสารสิทธิ์ที่เป็นการอลุ่มอล่วยในนามมนุษยธรรมใช้หลักรัฐศาสตร์นำหน้า พอมีเรื่องราวทีก็มีม็อบคนขายของ(ที่ล้วนเป็นลูกจ้างเขา)ออกมาโอดโอยว่ารังแกคนจน พอจบเรื่องราวเถ้าแก่เจ้าของที่ตัวจริงค่อยนั่งรถคันละล้านโฉบมาดูกิจการต่อ
                 ผลจากการที่มีเรื่อง การจองที่ติดค้างอยู่ในหัว ตื่นมาในเช้าวันหยุด อากาศแสนสบายชิลชิลแบบนี้อยากดูหนังสักเรื่อง...ไม่น่าเชื่อที่จู่ ๆ นึกถึงหนังซึ่งเคยดูนานมากแล้วตั้งแต่ลูกยังไม่เกิด (น่าจะดูประมาณปี 40) เป็นเรื่องราวของการจับจองที่ดินรกร้างในยุคบุกเบิกของอเมริกา จำชื่อหนังไม่ได้ครับรู้แต่ว่าทอม ครุยส์ แสดงนำ รีบเข้าไปเสิร์ชดูถึงได้รู้ว่าชื่อเรื่อง “Far And Away” เป็นเรื่องของหนุ่มไอริชที่จากบ้านมาแสวงหาโอกาสใหม่ในดินแดนใหม่ ที่ตื่นเต้นเป็นไฮไลต์ของเรื่องคือเขามีการแข่งกันจองที่ดิน เหมือนกับวิ่งแข่งอะไรสักอย่างคนเป็นพัน ๆ ควบม้าขี่รถม้าออกจากจุดสตาร์ทออกไปพร้อมกันเพื่อจับจองที่ดินรกร้างที่ทางการท้องถิ่นอนุญาต
                สมัยก่อนดูหนังเอาแค่สนุก มาวัยนี้เห็นชื่อหนังต้องกลับมาอ่านรายละเอียดและค้นคว้าต่อ ฉากของหนังเรื่องนี้เขาเอามาจากเหตุการณ์จริงที่เกิดเมื่อปี 1889 ที่รู้จักกันว่า Oklahoma Land Run ซึ่งแท้จริงมันก็คือวิธีการสนับสนุนให้ผู้คนออกไปบุกเบิกตะวันตกโดยให้สิทธิ์ในการจับจองที่ดินเป็นของตนเอง อย่าลืมว่าสิทธิ์ในการถือครองที่ดินของคนธรรมดาในยุคนั้น (1889=2432) นอกจากโลกใหม่อเมริกาแล้วแทบทั้งยุโรปยังไม่มีสิทธิ์กันเลยเพราะยังเป็นระบบเจ้าที่ดินอยู่ ตัวเอกของเรื่องเป็นไอริชก็หนีจากบ้านเกิดมาเพราะเรื่องนี้
                ต้องเข้าใจอีกว่าแม้ประเทศสหรัฐอเมริกาจะเป็นเอกราชจากอังกฤษมาหลายปีแล้วแต่กว่าที่ผนวกดินแดนกว้างใหญ่แถวมิดเวสต์ เซาท์เวสต์ (แถวลุ่มมิสซิสซิปปี้)ซึ่งเป็นของฝรั่งเศส สเปน และเท็กซัสของเม็กซิโกก็ต้องรออีกหลายปี การบุกเบิกตะวันตกแบบเดี่ยว ๆ มีแต่ตายกับตายเพราะไหนจะเจออินเดียนแดง ไหนจะเจอสัตว์ป่า การออกไปตะวันตกจึงต้องเดินตามคู่มือแนะนำของรัฐบาลกลาง และค่อย ๆ ขยายออกไป
                กรณีฉากหนัง Land run ที่ปรากฏนั้นก็เป็นหนึ่งในวิธีการเปิดให้จองที่ดิน เชื่อไหมครับว่าประวัติศาสตร์ของจริงของ ว่า Oklahoma Land Run ยิ่งใหญ่น่าประทับใจน่าตื่นเต้นยิ่งกว่าในหนังเสียอีก เขาให้คนที่สนใจจะจับจองที่ดินรออยู่พร้อมกันที่เส้นสตาร์ปล่อยออกไปประกาศ เคลม การเป็นเจ้าของที่ดินแต่ละแปลงที่เขากำหนดจุดด้วยธง Wikipedia บรรยายว่ามีคนประมาณ 5 หมื่นคนออกไปแบ่งกันประกาศสิทธิ์ที่ดินที่เขากำหนดไว้ประมาณ 2 ล้านเอเคอร์ หรือประมาณ 8 พันตร.กม. เป็นผลทำให้เกิดเมือง ๆ หนึ่งขึ้นมาภายในวันเดียว และเป็นรากฐานของรัฐ Oklahoma ในปัจจุบัน (บรรยายภาพ-โอกลาโฮมาแลนด์รัน 1889 ภาพจากวิกิพีเดีย)
               ยิ่งใหญ่แค่ไหนก็แค่ที่ดิน 8 พันตร.กม.นั้นต่อให้คนเป็นแสนก็อยู่กันได้ไม่หวาดไม่ไหวแล้วครับ พื้นที่ขนาดไหนก็กำแพงเพชรทั้งจังหวัดมี 8, 607ตร.กม. ถ้านึกไม่ออกก็คือตัดกรุงเทพฯออกไปครึ่งนึงเพราะกรุงเทพฯมี 15,652 ตร.กม.แล้วให้คน 5 หมื่นคนไปแย่งกันจับจอง
                  Oklahoma ยุคนั้นยังไม่ถูกผนวกเป็นหนึ่งในมลรัฐใต้ร่มธงอเมริกาดอกนะครับ ยังมีสถานะเป็น Territory อยู่จนต้นศตวรรษที่ 19 โน่นจึงกลายเป็นมลรัฐของสหรัฐอเมริกาคนที่ไปบุกเบิกเมืองในยุค 1889 จึงเป็นชาวเมืองกลุ่มแรก ๆ ก่อนจะเป็นมลรัฐ
               เกร็ดที่น่าสนใจของเรื่องนี้ที่ผมนึกถึงการบุกเบิกจับจองผิวถนน ฟุตบาท ที่ว่างใต้ทางด่วนและที่ว่างอื่น ๆ ของชาวไทยก็คือศัพท์อันเกิดจากการบุกเบิกจับจองที่ดิน 2 คำคือ Sooner กับ Boomer
              Sooner คือพวกที่เข้าไปจับจองที่ซึ่งเป็น Unassigned Lands  ส่วน Boomer เข้าไปภายหลังกฏหมายอนุญาต สำคัญอย่างไรน่ะหรือ เอาเป็นว่าชาว Oklahoma ในปัจจุบันเรียกตัวเองว่าเป็น Sooner คือมีรกรากมาก่อนมายาวนาน เขาภูมิใจความเป็น Sooner ของเขามากขนาดที่ University of Oklahoma แต่งเพลง  BOOMER SOONER : Pride of Oklahoma มีคลิปหลายชิ้นว่าด้วย Sooner Boomer ลองหาในยูทูปดูกันเองนะครับ ไม่ใช่แค่เพลงเชียร์มัน ๆ ของมหาลัยแต่มันได้ใจลึกลงไปในรากประวัติศาสตร์ของความเป็นชุมชนและบรรพบุรุษด้วยซ้ำไป
              จากสองฟากถนนสายแม่โจ้แท้ ๆ ทำให้เตลิดไปถึงการขี่ม้าคาวบอยปักธงจองที่ดิน ลามไปถึง Oklhama และเรื่องของ Sooner ซึ่งที่จริงแล้วที่อธิบายมายาวนานเพื่อจะบอกว่าประเทศไทยเรานั้นก้าวหน้ากว่าอเมริกาเยอะ (ฮา) ใครว่าไอ้กันเป็นประเทศเสรี เสรีแค่ไหนขับรถผิดกฏก็ถูกจับของเราฝ่าไฟแดงกันเห็น ๆ ตำรวจเฉย ...เสรีแค่ไหนก็ต้องเข้าคิวของเราไม่ต้องเข้าคิวไปซื้อของเซเว่นยืนอยู่หน้าเคาท์เตอร์แท้ ๆ พี่เล่นแทรกตัดหน้าเอาพุงไปแตะขอบเคาท์เตอร์ก่อนเป็นว่ามาก่อน (ฮา-ตลกกับความคิดพี่แกน่ะเหมือนยุค Land run เลย)
              การทำหน้าตาเฉยไปจับจองฟุตบาทข้างทางการ ไปจอดรถจองไม่ให้ชาวบ้านจอดเพื่อทำคิวรถมอเตอร์ไซด์ รถสองแถวหรืออะไรก็ตามประเภททำหน้ามึนไม่รู้ไม่ชี้อุ๊บอิ๊บเอาเป็นของตัวเองในลักษณะเดียวกันแท้จริงมันยิ่งใหญ่พอ ๆ กับประวัติศาสตร์การสร้างเมืองของอเมริกาเลยนั่น (โอ-วาว!!) เพราะคนกลุ่มนี้เปรียบเสมือนกับ Sooner เข้าไปจับจองที่ดินซึ่งรัฐยังไม่ประกาศ ถ้าไม่มีใครไล่ ไม่มีใครทำอะไร ผ่านไปนาน ๆ ก็จะขยายจากเต๊นท์ชั่วคราวเป็นอาคารกระต๊อบทำอาคารไม้กลายเป็นสิ่งปลูกสร้างถาวรในเวลาต่อมา คราวนี้ไล่ก็ไม่ได้แล้ว
              สิ่งที่เห็นตำตาทุกเมื่อเชื่อวันจากถนนสายแม่โจ้ ลามมายังถนนวงแหวนรอบกลางคือการบุกเบิกขยายเมือง (ให้เติบโต?) ชนิดหนึ่งเหมือนยุคบุกเบิกตะวันตกหรือไม่ ? ไม่รู้ล่ะ !!! รู้แต่เพียงว่าตอนที่ไอ้กันไปบุกเบิกตะวันตกได้แย่งเอาที่ดินของอินเดียนแดงเป็นของตัวเองหน้าตาเฉย..ส่วนของไทยการบุกเบิกริมถนนได้แย่งเอาที่ดินสาธารณะที่ทุกคนมีสิทธิ์ไปเป็นเจ้าของส่วนตน โดยการอ้างว่าเข้ามาครอบครองก่อนในฐานะ Sooner
                ก่อนหน้านี้ดูหนังดูละครมักย้อนมาดูตัวเอง แปลก..วันนี้ดูตัวเองแล้วค่อยนึกย้อนไปหาหนังละคร !

บันทึกเมื่อวันเข้าพรรษา 16/7/54 เวลา 14.42 น.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น