วันอาทิตย์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2569

มรดกโลก ... .ใกล้ตัวแต่ไกลใจ




มรดกโลก ... .ใกล้ตัวแต่ไกลใจ


1./ ใกล้ตัว

เทคนิคการทำข้อเสนอขึ้นทะเบียนเป็นมรดก ก็เหมือนกับการทำข้อสอบตามโจทย์ให้ครบ เลือกจุดเด่นอันเป็นสากลที่ UNESCO กำหนดแล้วก็พรรณนาไปตามโจทย์นั้น พระธาตุนครฯ เลือกมา 2 ข้อคือ (ii) การแลกเปลี่ยนคุณค่าทางศิลปสถาปัตยกรรม และข้อ (vi) การเป็นศูนย์กลางความเชื่อและจิตวิญญาณที่มีชีวิต

ดังนั้นในประเด็นว่าด้วยการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมจึงสามารถหยิบสถาปัตยกรรมหลากหลายพม่ามอญอินเดียลังกาไทย ที่ผสมปนเปรวมอยู่ภายในกำแพงวัด ซึ่งตามสายตาเราเป็นข้อด้อยของความไม่เป็นของเดิมที่แท้จริง ให้กลายเป็นจุดเด่นไปซะ

ส่วนศูนย์กลางความเชื่อนั้นมันก็ใช่ล่ะ องค์พระธาตุปักโดดเด่นอยู่บนคาบสมุทรยาวนาน ยังมีประเพณีดั้งเดิมแห่ผ้าขึ้นธาตุ แต่ถ้าจะเอากันตามตรง รูปแบบศาสนาพุทธเมืองนคร พระครูกาทั้ง 4 กาขาว กาชาด การาม ที่เป็นแบบแผนไปถึงไชยา พัทลุง ได้ถูกระบบสงฆ์กรุงเทพทำลายไปแล้ว

แต่ที่สุดเมื่อได้ตรามรดกโลกมา ก็สมควรภูมิใจที่ได้รับ เพราะพระธาตุนครฯ มีความสำคัญต่อพุทธเถรวาทในเอเชียอาคเนย์จริงๆ ดั่งที่เขียนไว้ในโพสต์ก่อนหน้า ศิลาจารึกหลัก 1 หลัก 2 ยังไม่เท่ากับคำภีร์มหาวงศ์ จุฬวงศ์ที่ลังกาบันทึกไว้

นครศรีธรรมราชเป็นสถานีฐานของการถ่ายเทแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมของทะเลใต้ จากโจฬะมณฑล ลังกา ข้ามเบงกอล ลงไปชวา ศรีวิชัย ขึ้นไปสุโขทัย เกิดพุทธศาสนาเถรวาท มหาธรรมราชา ล้วนแต่มีจุดเชื่อมต่อสำคัญอยู่ที่เมืองนครศรีฯ
----

2./ไกลใจ


นครศรีธรรมราชสำคัญมายาวนาน ก่อนสุโขทัยด้วยซ้ำ พระเจ้าจันทรภาณุ เป็นกษัตริย์ของดินแดนคาบสมุทรที่ยิ่งใหญ่มาก ที่ยกกองทัพเรือข้ามทะเลไปตีลังกา หมายมั่นที่จะยึดครองพระทันตธาตุเขี้ยวแก้วของศักดิ์สิทธิ์ เพื่อเป็นพุทธมหาจักรพรรดิราช แบบอโศกมหาราช ปรากรมพาหุมหาราช

ถึงไม่สำเร็จ แต่ก็ถูกบันทึกเป็นเหตุการณ์ยิ่งใหญ่ของเอเชียใต้ ในห้วงพ.ศ. 1700 ปลายๆ

ในตอนนั้นเริ่มเกิดมีสุโขทัย ขุนผาเมือง ขุนบาง ไล่ขอมสบาด แต่ความยิ่งใญ่ของศรีธรรมาโศกจันทรภาณุ ไม่ถูกจดจำในตำนานพงศาวดารสยามไทย

ความยิ่งใหญ่ของนครศรีธรรมราช ถูกประวัติศาสตร์สยาม-ไทยละเลยอย่างตั้งใจ !!!

ดังนั้น พระธาตุนครเอย.. ศรีธรรมาโศกเอย.. บันไดหมุดแรกของพุทธเถรวาทไปที่ถึงสุโขทัยเอย.. โดยเฉพาะวงศ์กษัตริย์ที่มีฤทธิ์ สร้างแบบแผนพุทธลังกาเถรวาทแบบใหม่ในครั้งกระโน้น จึงไม่ถูกเน้นย้ำในตำราประวัติศาสตร์ไทยแบบแผน ตั้งแต่ยุคกรมพระยาดำรง หลวงวิจิตรจอมพลป. มาถึงยุคทหาร คสช. ที่พูดย้ำๆ อยู่นั่นว่า ต้องรื้อฟื้นประวัติศาสตร์ไทยให้เด็กเรียน

ฮีโร่ในประวัติศาสตร์ แม้จะปรัมปรา อย่างขุนเจื๋อง ก็ถูกทหารเอามาตั้งชื่อค่ายที่พะเยา ขุนจอมธรรมก็ยิ่งไกลไปอีก พระเจ้าพรหมมหาราช นี่ก็รัฐไทยทหารรื้อฟื้นมา

แต่จันทรภาณุศรีธรรมาโศกไม่มีแบบนั้น

ก็เพราะศูนย์อำนาจสยามไทยจงใจลืมไม่บรรจุในเรื่องราวประวัติศาสตร์โบราณคดีสยามไทย

วิชาการด้านประวัติศาสตร์โบราณคดี ที่คนพยายามสืบค้นที่มา เผ่าชน ราชวงศ์ ไซต์โบราณสถาน ฯลฯ เกิดเฟื่องฟูขึ้นมาในโลกก็เพราะฝรั่งอาณานิคม เขาเอาเรือปืนไปครองที่ไหนก็อยากรู้ประวัติความเป็นมาของที่นั่น

วิชานี้เริ่มเข้ามาเป็นหัวข้อสนใจของชนชั้นนำสมัย ร.4 เฟื่องฟูใน ร.5 กรมพระยาดำรงถึงได้รับยกย่องเป็นบิดา เพราะก่อนหน้าร.2 ร.3 ไม่มีวิชาการด้านนี้

ในยุคนั้น ปากใต้ของสยาม มีทะเลสองด้านและสุ่มเสี่ยงต่อการเสียดินแดน มหาอำนาจเรือปืนเข้ามาจากข้างล่าง รัชกาลที่ 5 เสวยราชย์ใหม่ๆ ทรงพระเยาว์อยู่เลย ออกไปดูสิงคโปร์ อินเดีย ดัทช์ชวา เพื่อให้เห็นการเปลี่ยนแปลงใหม่ที่เขารุกจ่อเข้ามา

การปกครองแบบใหม่ มณฑลเทศาภิบาลทางปักษ์ใต้แหลมคมกว่าที่อื่น ถึงต้องส่งแขนขวาเจ้าพระยายมราช สุขุมนัยวินิตลงไปกำกับเอง ตระกูล ณ นคร ท่านก็ไม่ไว้ใจ ดังนั้นประสาอะไรกับเรื่องราวประวัติของศรีธรรมาโศก โดยเฉพาะฮีโร่อย่าง จันทรภาณุ ที่เก่งกล้าสามารถไปบุกตีประเทศอื่นห่างไกลเป็นพันกิโลเมตร

เรื่องเล่า story จะมีพลังแค่ไหนขึ้นกับการตั้งใจเล่า หรือไม่ประสงค์จะเล่า ผมโตมาเด็กๆ ได้ยินเรื่องเล่าของท้าวเทพกษัตริย์ศรีสุนทร อือนั่นคือฮีโร่ของชาวปักษ์ใต้เรา เพราะยุคที่โตมาศัตรูหลักคือพม่า -เท่านั้น

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น