ประโยชน์ขัดแย้ง สิทธิ์ซ้อนทับ คนละคุณค่า
เรื่องไฟมันยาก ไอ้ที่เถียงกันมากมาย วนเวียนอยู่สามประการที่ล่ะครับ และยิ่งไม่มีข้อมูลฐานประกอบด้วย ยิ่งไปคนละทาง จบยาก
สิทธิ์ทับซ้อน ระหว่าง สิทธิ์ทำกิน หรือสิทธิชุมชน ต้องมาชั่งน้ำหนักดุลกับสิทธิ์ในอากาศการหายใจปกติของคนอีกเป็นล้าน
ผมเขียนวันก่อนอย่าอ้างความจนเพราะคนจนกว่าก็มี มีคนไม่พอใจ แต่จะขอยืนยันว่า เรื่องนี้ไม่ใช่แค่คนในเมืองชนชั้นกลางนอนห้องแอร์ กับชาวบ้านในป่า คนจนเมืองขี่แกร็บ อยู่ห้องแถวขายแรงก่อสร้างก็มี ต้นทุนชีวิตเขาด้อยกว่าคนติดชายป่าด้วยซ้ำ เพราะทันทีที่ขาดงาน รายได้รายวันหด ค่าผ่อนบ้านผ่อนมอเตอร์ไซด์ มีนะครับ คนขับแกร็บแพ้ฝุ่นออกทำงานไม่ได้
ส่วนเรื่องระบบคุณค่า นี่ลึกกว่า ไม่ใช่แค่คุณค่าในการอ้างเรื่องนิเวศแวดล้อม คุณค่าวิถีวัฒนธรรม คุณค่าของทรัพยากรมนุษย์ที่จะเติบโตต่อ มันยังมีคุณค่าแนวอุดมคติ สู้เพื่อปกป้องมนุษยชน ธรรมาธิปไตย หรือเพื่อคัดง้างทุนสามานย์ อะไรก็มี สุดท้ายคือคุณค่าเพื่อปกป้องชีวิตมนุษย์ คุยกับแต่ละกลุ่ม คุณค่าเบื้องหลังคำพูดสะท้อนออกมาคนละแบบ ไม่มีใครผิดถูกหรอก แต่โลกคนละใบจริงๆ ดันถูกจับให้อยู่ร่วมกันให้ได้อีก
โดยสรุปมันก็ต้องมาวางแบ โดยมีข้อมูลข้อเท็จจริงหลักฐานวิชาการเป็นฐาน ที่ยอมรับกันด้วยนะ ไม่เอาแผนที่คนละแผ่น คนละเวลา มันต้อง time, space ด้วย ไม่ใช่เอาสถิติค่าฝุ่นทั้งปี มาเถียงกับ ค่าฝุ่นช่วงพีคปลายมีนาเมษาที่มันทำนิวไฮ เพื่อมาถกกันว่าจะแก้อย่างไร แค่ทำให้เข้าใจตรงกันว่าอะไรคือสาเหตุ ก็ชี้ไปคนละดาวแล้วครับ ยังมีคนเชื่อว่าค่าฝุ่นแดงม่วงจัดทางเหนือมาจากเมืองโรงงานอุตโรงไฟฟ้า
แผนที่ไฟของแต่ละช่วงเดือน ขนาดปริมาณแหล่งกำเนิดประกอบค่าฝุ่นตามแนว airshed เป็นเครื่องมือที่พอจะเป็นที่ยอมรับกันทั้งหมดหรือยัง หรือต้องมีเครื่องมืออื่นเพิ่มอีก ทำให้คนมาพูดเรื่องเดียวกัน (สักที)
ไม่ต้องอะไรอื่นไกล แค่การชิงเผาของแต่ละจังหวัด โดยแต่ละจังหวัดมีระบบที่ไม่เหมือนกันด้วย ไม่เคยถูกเปิด หรืออาจไม่มีการเก็บข้อมูล controlled burns จริงจังด้วยซ้ำ ว่ามัน ได้ผลคุมค่ามลพิษได้ แปลงเกษตรไม่เท่าไหร่หรอก ชิงเผาในป่านี่สิ มันคุมได้ไหม ลดได้จริงไหม และที่สำคัญ ลดแรงจูงใจในการเผาแปลงอื่นแถวๆ นั้นจริงหรือเปล่า แค่เอาข้อมูลเดิมเปิดออก มากาง พล็อตลงแผนที่ เทียบกับhotspotลอบเผา
ปรากฎยังไม่มีข้อมูลอะไรพวกนี้ มันก็น่าเสียดาย เพราะนี่เป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่จะทำให้สังคมที่ทับซ้อนคนละทาง ได้มองเห็นตรงกัน มีความพยายามทำที่ปายนะครับ ประกาศก่อน แล้ววัดค่าฝุ่นให้คนในเมืองทราบเลย สื่อสารผ่านเพจอำเภอด้วย แต่นี่แค่จุดเล็กๆ
ผมเสนอให้เปิดข้อมูลชิงเผาโปร่งใส โดยเฉพาะภาครัฐที่เป็นเจ้าใหญ่ ได้ผลลัพธ์มาเสี้ยวเดียว สำเร็จไม่ถึงครึ่ง ผมก็ยังจะผลักดันเสนอต่อไป มันจะช่วยเปิดหูเปิดตาสังคมได้
ยิ่งหากมีการเปิดข้อมูลชิงเผา fireD เชียงใหม่ย้อนหลังตั้งแต่ 63-64 เรื่อยมานู่น ว่าแปลงไหน พิกัดละติจูดลองติจูดไหน วันใดบ้าง เอามาเทียบกับไฟลามข้างเคียง ไฟป่าลอบเติม และค่ามลพิษ มันก็จะช่วยเปิดหูเปิดตา มีฐานข้อมูลให้การถกเถียงหาทางออกที่สมดุลได้ง่ายขึ้น อ๋อ แปลงใหญ่มากไปคุมไม่ได้ ต้องย่อยลง อ๋อ ต้องดูทางลมด้วย อ๋อตรงนี้ไม่ได้ชิงเผานานแล้ว ตรงนี้ทุกปี
ต้องการผลักดันระบบบริหารไฟชิงเผา มีแต่ลมปากเปล่า ไม่มีหลักฐานยืนยัน โน้มน้าวให้ฝ่ายอื่นยอมรับมันก็ยากสิครับ เพราะ สิทธิ์ คุณค่า และประโยชน์ ของฝ่ายอื่นเขาก็มีเช่นกัน
นี่ไง คือความยาก
แค่ให้เปิดข้อมูลเอาตารางเอ๊กเซลข้อมูลเดิมมา พล็อตบนแผนที่ เทียบจุดความร้อนเดิมรายปี ไม่น่ายากนะ แต่ทำไมยาก
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น