วันพฤหัสบดีที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2559
Twilight over Thailand
Twilight over Thailand
(ทัศนะ ว่าด้วยรัฐขุ่นแม่รู้ดี ผู้กังวลว่าลูกๆ ราษฏรจะเกลียดพม่า..ถถถถถ โถ)
ผมน่ะ พอจะเข้าใจได้ที่ทางการพม่าแบนภาพยนตร์ Twilight over Burma ที่บริษัทหนังเยอรมันสร้างขึ้น ด้วยเหตุผลว่าเนื้อหามีผลต่อภาพลักษณ์ทหาร (ถ้าอ่านข่าวพากษ์อังกฤษจะพบคำว่า Tatmadaw นั่นก็คือทหารของเขาล่ะครับ)
โลกนี้มันไม่ได้มีแง่มุมเดียว แต่ละประเทศมักจะมีสิ่งต้องห้าม หรืออะไรที่ละเอียดอ่อนเป็นของตนเอง อเมริกายังเคยแบนซีรี่ส์สารคดี Hillary: The Movie เมื่อปี 2008 เพราะจะไปกระทบกับการเมือง/การเลือกตั้ง
สื่อภาพยนตร์ - จึงไม่ได้มีสถานะแค่ความบันเทิงให้กับประชาชนที่มีวุฒิภาวะอย่างเท่าเทียม หากแต่ยังขึ้นกับบริบทกาละ เทศะ แวดล้อมด้วย
บทภาพยนตร์ Twilight over Burma มีการดัดแปลงจากหนังสือ Twilight over Burma ที่ อิงเง่ ซาร์เจ้นเขียน (และแปลเป็นไทยว่าสิ้นแสงฉาน) เยอะมาก ดราม่าตามประสาศิลปะของภาพยนตร์ ที่จะต้องมีพระเอกจ๋า ผู้ร้ายที่โหดเหี้ยมเห็นได้ชัด
เจ้าจ่าแสงในพากย์หนัง จึงเป็นอะไรที่ประชาธิปไต้ย-ธิปไตย เป็นแกนนำ เป็นนักอุดมคติ ส่วนเนวินและทหารพม่าก็แน่นอนล่ะ เหี้ยม โหด ซาดิสม์ บ้า และ คลั่ง
ในหนังสือ ไม่มีฉากทหารพม่าไล่ฆ่าข่มขืนกันในเมืองสีป้อจนกลายเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน แต่ในภาพยนตร์ใส่ลงไปเพื่อเติมดราม่าของหนัง (และของ?)
ของแบบนี้มองได้หลายมุม ... มองจากมุมอำนาจรัฐพม่าต่อให้เลือกตั้งแล้วก็เหอะ มันจึงเกิดการแบนในพม่าขึ้นมา
แล้วผมก็ไม่ได้บอกว่าทางการพม่าทำถูกหรือผิดนะครับ... เรื่องแบบนี้ไม่มีถูกผิดหรอก เพราะมันเป็นการเมือง และเป็นเรื่องความเหมาะสมของแต่ละสถานการณ์
การเชิดชูความเป็นนครรัฐอิสระของไทใหญ่รัฐฉาน ในขณะที่สถานการณ์จริงกำลังรบกันอยู่ / ยิ่งมองลึกลงไปถึงผู้เขียน ผู้สร้างหนังด้วย มันมีอะไรอื่นนอกเหนือจาก ภาพยนตร์ที่เป็นศิลปะความบันเทิงล้วนๆ อย่างแน่นอน
ผมน่ะไม่ใช่นักเสรีนิยม ลิเบอรัลจ๋าหรอกครับ ลองฉายไปแล้วมันเกิดลุกฮือยิงกันตายต่อก็อย่าฉายเลย.... เรื่องแบบนี้มันขึ้นกับสถานการณ์ กาละ เทศะและขึ้นกับมองจากมุมฝ่ายไหนอีกต่างหาก...
หากมองจากฝ่ายไทใหญ่ก็สมควร
แต่มองจากฝ่ายพม่าก็ไม่สมควร
มันเรื่องในบ้านเขา!
..............
แต่สำหรับประเทศไทยมันคนละเรื่อง
สำหรับผมแล้วคิดว่าประเทศไทยบ้าจี้ ไม่รู้ใครบ้างล่ะ แต่บ้าจี้ขนาดหนัก
การแบนในไทยอ้างว่าเกรงกระทบความสัมพันธ์พม่ามัน ตาา..หลกที่สุด!!!
พระนเรศไปเผาหงสาวดีไม่เป็นไร หนังบ้างละครบ้างบางระจันเอยอะไรเอย...กล่อมซะคนเกลียดพม่าจนหลายชาติผ่านไปยังเกลียดเพราะพม่าเผาอยุธยาก็ยังมี
มาทีนี้แหม...เกรงกระทบความสัมพันธ์
รัฐบาลเป็นขุ่นแม่รู้ดี.... ขุ่นแม่ผู้คิดว่าราษฎรคิดเองไม่เป็นมาโดยตลอด
จนกระทั่งบัดนี้ก็ยังเป็นรัฐของผู้ปกครองที่คอยดูแลลูกๆ ราษฎรมิให้ข้องแวะกับอบายมุขหรืออะไรที่ต้องตีความยากๆ ....เหมียนเดิม
ถ้าเป็นสังคมเปิดที่มีวุฒิภาวะจริงๆ ปล่อยฉายไปเหอะ ประเดี๋ยวสังคมสามารถเรียนรู้ เข้าใจ เพิ่มมุมมองได้...
คนไทยยุคนี้จำนวนไม่น้อย สามารถจะบอกได้ว่า เนื้อหาในบันทึุกของอิงเง่ ซาร์เจ้น กับในหนังมันไม่เหมือนกัน ในหนังน่ะ แนวการเมือง ซ่อนเนื้อหาเพื่อจะเชิดชูการต่อสู้ของไทใหญ่ด้วยซ้ำไป ฯลฯ
คนไทยยุคใหม่ อีกจำนวนหนึ่งอาจสามารถสืบค้นความสัมพันธ์ของบริษัทผู้ผลิต ผู้กำกับกับอิงเง่.... ตลอดถึงบทบาทของอิงเง่ ในทางการเมืองจริงๆ ที่มีต่อนักกิจกรรมในรัฐฉาน ... มองสถานะของภาพยนตร์ ในมิติของการเมืองจริงๆ แบบไหน
คนไทยยุคใหม่อาจจะใช้โอกาสนี้ทำความเข้าใจกับพม่าก่อน 2505 ผ่านมาถึงยุคเนวินปิดประเทศว่ามันแย่ขนาดไหน ไทยเราอย่าไปเลียนแบบนะ
.....ฯลฯ....ทั้งหมดทั้งสิ้นก็คือ ถ้าเรามั่นใจในความเป็นสังคมเปิด ที่สามารถแลกเปลี่ยน วิพากษ์ และสืบค้นทำความเข้าใจ เราก็ไม่ต้องบ้าจี้ แบนหนังที่คนไทยไม่น้อยอยากดู
ถ้าหนังมันเว่อ ... คนก็จะบอกว่ามันเว่อ แล้วก็ไม่เชื่อคล้อยตามอะไรไปทั้งหมดตามที่ขุ่นแม่รัฐไทยกังวลหรอก
สำหรับผมนะ ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็งั้นๆ แหละ สู้หนังสือไม่ได้ / มีเอเจนด้าทางการเมืองซ่อนอยู่ (ซึ่งก็ปกติอยู่แล้วสำหรับไทใหญ่/กับพม่า) / แล้วก็สร้างขึ้นเพื่อโน้มน้าวทางการเมืองแบบที่ซ่อนความเกลียดพม่าไม่มิด (ซึ่งก็ไม่เป็นไรนี่ แล้วแต่มุมมองใคร)
ผมไม่ค่อยชอบ แต่หลายคนอาจชอบ หลายคนดูแล้วอาจเกิดสนใจค้นคว้าอะไรเพิ่ม เรียนรู้เพื่อนบ้านเพิ่มขึ้น ฯลฯ
ก็เป็นไปตามแบบของสังคมเปิดล่ะครับ ของที่มันไม่ใช่ จะถูกขุดขึ้นมาตอกย้ำว่าไม่ใช่จากการวิพากษ์วิจารณ์ต่อ ไม่ต้องกังวลว่าราษฏรจะเสพความไม่ใช่ดังกล่าวนั้นโดยโง่งม หรอกครับ
ได้แต่บอกดังๆ ด้วยความอึดอัดคับข้อง ไปยังขุ่นแม่รู้ดี ว่า....การแบน Twilight over Burma ครั้งนี้ทำให้เราได้เห็น Twilight over Thailand ชัดเจนขึ้นๆ
มุ้งมิ้งชัดเจนยิ่งกว่าพม่าไปแล้ว-ขุ่นแม่รู้ตัวมั้ยฮะ !
7/7/2559

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น