วันพุธที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2559









มโนราห์ บาหลี


ชวากับบาหลี มีเรื่องเล่านิทาน/ตำนาน ของนางฟ้าทั้ง 7 ที่ลงมาเล่นน้ำ แต่ถูกขโมยผ้าทำให้บินกลับไม่ได้ คล้ายกับสุธนชาดก หรือพระสุธนมโนราห์ ของบ้านเรา


บาหลีเรียกเรื่องนี้ว่า The Angel and Rajapala นางฟ้ากับราชปาล ชื่อเป็นแขกชัดเจน เพราะบาหลีรักษาฮินดูเอาไว้ ส่วนชวาแทรกอยู่ในตำนาน Jaka Tarub ทั้งชวาและบาหลี ไม่ได้เขียนว่า ขโมยปีก หากแต่ให้ ขโมยผ้าคลุม shawl หรือ scarf ไปแทน


ถ้าดูนาฏศิลป์ บาหลี-ชวา เวลานางฟ้าจะบินหรือแสดงท่าเหาะ เธอจะคลี่ผ้าเคียนเอวยกขึ้นมาสองข้าง ละม้ายปีก ... ผ้าคลุมเป็นปีกของนางฟ้าที่แต่งกายแบบพื้นเมืองชวา บาหลีนั่นเอง


ส่วนฉบับบาหลี ชายหนุ่มนามราชปาล (แหม ยังกะเจ้าชายจักรๆวงศ์ๆ) ไปป่า เจอนางฟ้า 7 นาง อาบน้ำในสระ เขาขโมยผ้าคลุมที่สวยและแปลกจากคนอื่นเอาไว้ มันเป็นผ้าของนางฟ้านามว่า สุปราโบ (Suprabo) แล้วก็ได้มาเป็นเมีย มีข้อแม้ว่าเมื่อมีลูกให้ 2 คนจะคืนผ้า ให้นางได้กลับสวรรค์ ... ต่อมาเมื่อมีลูกด้วยกัน นางได้ทวงถามผ้า แต่ราชปาลไม่ยอมคืน (ก็แหงล่ะ คืนทำไม ชิมิ) อยู่มาลูกของนางเล่นซน ทำหม้อบรรจุข้าวหล่นแตก จึงพบว่าราชปาลซ่อนผ้านางฟ้าไว้ในหม้อนั่นเอง


นางจึงบินหนีไปเสีย....


เรื่องนี้โด่งดังมาก นอกจากเป็นนิทานเล่าปากต่อปาก ยังมีศิลปินวาดภาพนิทานนี้มากมายหลายเวอร์ชั่น


นำมาบอกเล่าเพื่อจะบอกว่า รากเหง้าของวัฒนธรรมอินเดียในละแวกนี้ไกลและลึกกว่าที่คิด เราเคยคิดว่าสุธนชาดก มาจาก ปัญญาสชาดกเขียนที่ล้านนา ได้อิทธิพลมาจากลังกา เป็นสายหินยาน/เถรวาทแท้ๆ แต่...ที่จริงอาจจะไม่ใช่แบบนั้น


อินเดียในยุคพระเวทย์ ครั้งเมื่อมีการรจนามหากาพย์ ก็เป็นดินแดนของนิทานและเรื่องเล่ามากมายอยู่แล้ว การเผยแพร่เรื่องเล่าผ่านลัทธิความเชื่อพราหมณ์ ศิวะ นารายณ์ หรือ พุทธมหายาน คู่กับโลเกศวร พระโพธิสัตว์ ก็สามารถจะมีได้เช่นกัน


ดูภาพศิลปะ นางมโนราห์เวอร์ชั่นชวา-บาหลีกันครับ แจ่มทีเดียว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น