Rich man’s war, Poor man’s blood
โอกาสของแกนนำ สงครามของเจ้านาย คนตายคือลิ่วล้อ
เป็นวลีต่อต้านสงครามที่รู้จักค่อนข้างกว้างขวางคำหนึ่ง น้องๆ Make love not war ที่มาของคำนี้เกิดจากยุคสงครามกลางเมืองอเมริกา
รากศัพท์ดั้งเดิมจริงๆ คือ Rich man’s war, Poor man’s fight.
มีการศึกษาเรื่องนี้ด้วยนะประมาณว่าเป็นธรรมเนียมค่านิยมของพวกภาคใต้คือฝ่าย the "Confederacy" หรือ the "South") ที่จะให้ลูกน้องถูกเกณฑ์ไปรบแทนนาย ฝ่ายเหนือ (คือฝ่ายUnion ที่ลิงคอล์นเป็นประธานาธิบดี)เองก็มีกฎหมายสมัครทหารเปิดรับสมัครอาสาสมัครไปรบทั้งที่เป็นอเมริกันและพวกอพยพ/ผิวสีแล้วก็เป็นที่มาของการให้คนไปตายแทนเช่นกัน
คำว่า Rich man’s war จึงแพร่หลายตกทอดมาจากบัดนั้นมีคนเอาไปทำเพลงด้วยชื่อเพลง Rich Mans War ขึ้นต้นว่า Jimmy joined the army ‘cause he had no place to go.....
สังคมสยามสมัยก่อนมีโครงสร้างระบบสังคมแบบมูลนาย เมื่อมีศึกสงครามมูลนายแต่ละคนมีไพร่ในสังกัดที่ต้องเกณฑ์ไปรบ ไม่ไปไม่ได้ มีระเบียบที่เป็นอาญาศึกอยู่ถ้าไม่สั่งถอยจะถอยไม่ได้ เพราะถ้าถอยถือเป็นขบถศึกจะถูกฆ่าตายมิให้ขบวนทัพเสียขวัญ
มันจึงมีสำนวนว่า “ไปตายดาบหน้า” เพราะถ้าถอยลงมาจะถูกดาบของเจ้านายหรือพวกเดียวกันฟันตายเสียแต่แรก
กฎอาญาศึกแบบนี้ในสังคมเอเชียมีแบบเดียวกันประเทศใหญ่อย่างจีนก็กำหนดออกมาแบบนี้ เพราะการสงครามสมัยก่อนถือทหารราบ จำนวนพลเป็นสำคัญ ระเบียบวินัยทัพเป็นเด็ดขาดแม้ไพร่พลจะถูกเกณฑ์มาให้ตายเพื่อมูลนายก็ตาม
แต่ประเทศไทยปัจจุบันไม่ได้เป็นเหมือนเมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยาที่ไอ้เสมาขึ้นทะเบียนทหารสังกัดทัพหลวงรามเดชะก็หาไม่ หรือแบบที่อ้ายสมบุญเป็นทาสของหลวงท่านเมื่อออกศึกก็ต้องจำใจจับดาบรบทัพหากตายลงเลือดอ้ายสมบุญเซ่นให้เจ้านายลำดับชั้นสูงขึ้นไปไม่ได้เพื่อตัวเอง
หากแต่ประเทศไทยยุคใหม่ให้อิสรเสรีแก่ประชาชนเจ้าของประเทศ ยกเว้นแต่การเกณฑ์ทหารซึ่งเป็นหน้าที่ของชายไทยเพื่อป้องกันประเทศแล้ว ก็ไม่มีกติกาอะไรที่บังคับคนไทยให้ตายแทนคนรวยกว่าหรือมีอำนาจมากกว่า
เขาว่าการเมืองคือการสงครามที่ไม่หลั่งเลือด แต่การเมืองไทยระยะหลายปีมานี้เป็นการสงครามที่หลั่งเลือดไปเสียแล้ว
ที่น่าเจ็บใจกว่านั้นคือคนไทยที่ออกมายังแนวหน้าดงกระสุนถูกสะกดจิตให้รบเพื่อนายใหญ่ต่างแดน ให้ท่องคำว่าเพื่อประชาธิปไตยๆๆ เมื่อตายลงก็จะถูกพวกกันแห่ศพมาใช้ประโยชน์ปลุกระดมต่อ ตายไปอาจได้ 7.5 ล้านบาท แต่ถ้าติดคุกยังไมปล่อยเพราะจะเอามาเป็นเชลยศึกฝ่ายตัวเอง เป็นตัวประกันเพื่อต่อรองขอนิรโทษกรรมยกเข่ง คนที่ยิ้มกว้างสุดคือเจ้านาย รองลงมาเพื่อนายทุนเพื่อนเจ้านายที่อาศัยคนจนเหยียบขึ้นมาเสวยสุขครองอำนาจโดยไม่ต้องเหนื่อย
ในกองลิ่วล้อมีคนหลายแบบ คนแบบหนึ่งที่เขาเลือกใช้งานคือพวกไม่มีอะไรจะเสีย เช่นพวกใกล้ล้มละลาย หนี้สินเยอะ จับเสือมือเปล่ากระหายอำนาจทางลัด ... คนพวกนี้ส่วนใหญ่ไม่ตายหรอกเพราะจะเป็นแกนนำชนะแล้วได้รางวัล ได้เงิน ได้ตำแหน่ง ส่วนคนตายคือคนที่เขาเป่าหูยกให้เป็นนักรบประชาธิปไตย หาเสื้อยืดสีแสบสันให้ใส่ กรอกหูเข้าไปแล้วให้ออกหน้ารบแทน
ใครที่คิดสโลแกน/วลี Rich man’s war, Poor man’s fight นี่เยี่ยมยอดจริงๆ เริ่มต้นเมื่อเกือบ 200 ปีก่อนที่อเมริกา อยู่ยืนยงข้ามศตวรรษ ข้ามน้ำข้ามทะเลมาใช้ถึงเมืองไทยจนบัดนี้ก็ยังทันสมัย
ใกล้อีกแล้ว..ใกล้ได้เห็น ..
Rich man’s war, Poor man’s blood, Dead man's fight.

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น