วันศุกร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559
เชียงใหม่ 3 โซน 3 สไตล์ มรดกโลก-เบียร์ช้าง(คลาน)-น้ำหวานชาเขียว
มรดกโลก-เบียร์ช้าง(คลาน)-น้ำหวานชาเขียว
บัณรส บัวคลี่
1.#พื้นที่มรดกโลก
ได้ไปร่วมประชุมระดมความเห็นเชียงใหม่สู่เมืองมรดกโลก คณะทำงานผลักดันฯ ได้เชิญผู้คนเจ้าของเมืองจากหลายๆ มุมมาร่วมแลกเปลี่ยนกัน เพราะนับจากนี้การผลักดันจะเริ่มลงสู่รายละเอียดแผนปฏิบัติกันแล้ว ความเห็นของวิศวกร นักผังเมือง สถาปนิก นักธุรกิจ องค์กรท้องถิ่น และหน่วยราชการหลากหลาย
จะได้ตรามรดกโลกมาประดับหรือไม่ยังอีกยาวไกล อย่างน้อยก็เกิน 5 ปี แต่เราก็ได้รู้แล้วล่ะว่า พื้นที่ซึ่งคณะทำงานเสนอให้เป็นมรดกโลกน่ะ มีสามส่วนหลักก็คือ สี่เหลี่ยมเมืองเก่าบวกเขตกำแพงดิน เวียงสวนดอก และบนดอยสุเทพ เป็นพื้นที่เชื่อมโยงกัน
แปลว่า ... นับจากนี้พื้นที่สามส่วนที่กล่าวถึงจะอยู่ภายใต้การระดมความคิด ปรับปรุง อาจถึงต้องตัดทอนหรือรื้อส่วนที่จำเป็น แล้วก็จะมีแผนผังเฉพาะที่ลงละเอียดกว่าผังเมืองรวม กำหนดให้การพัฒนาใดๆ เป็นไปตามกรอบนั้น เช่น รูปร่างหน้าตาของอาคารที่จะสร้างใหม่เมืองมรดกโลกอื่น เขาจะมี design guidelines ไม่ให้เขียนแบบออกมาตามใจฉัน
อันที่จริงเทศบาลฯเชียงใหม่มีเทศบัญญัติควบคุมอาคารในเขตเมืองเก่ามานานแล้ว แต่บอกกว้างๆ แค่ให้เป็นรูปทรงล้านนา มันเลยเป็นช่องโหว่ใครจะสร้างตึกสร้างทาวเฮ้าส์ทรงอะไรก็ได้ ขอแค่ให้มีหน้าจั่วแหลมๆ ยื่นมา หรือติดกาแลบนยอดก็กลายเป็นทรงล้านนาที่หัวมังกุท้ายมังกรให้เห็นถึงปัจจุบัน แต่ผังเฉพาะ(รวมถึงแผนปฏิบัติการ)ที่จะเกิดจะไม่มีลักษณะเช่นนั้นอีก
กล่าวรวมๆ ได้ว่า ในอนาคต 5-10 ปีจากนี้ พื้นที่กลางเวียงและเขตต่อเนื่องตามแนวกำแพงดิน เวียงสวนดอกถนนสุเทพ และตลอดเส้นทางบนดอยสุเทพ จะมีแนวโน้มการพัฒนาไปตามแบบและแนวทางของคณะทำงานผลักดันมรดกโลกเป็นสำคัญ
ในระหว่างนั้นก็ภาวนาอย่าให้เศรษฐีพระที่รวยๆ สร้างโน่นนี่ยัดใส่ดอยสุเทพให้มันเลอะเทอะไปมากกว่าที่เป็นอยู่ ไม่ได้เป็นหรอก “มรดกโลก” มันจะกลายเป็น “มรดกเลอะ” ไปแทน
2. #พื้นที่เบียร์ช้าง (คลาน)
การที่คณะทำงานผลักดันมรดกโลกฯ ขีดเส้นพื้นที่จะนำเสนอเป็นมรดกโลกแค่ 3 แอเรียหลักเป็นความลงตัวของกรอบเงื่อนไข ในช่วงแรกๆ ที่เริ่มมีการพยายามผลักดันเรื่องนี้ ทุกคนที่ร่วมเสนอก็อยากให้พื้นที่ที่ตนชอบเข้าไป เลยมีถึง 6กลุ่มใหญ่ รวมไปถึงสถานีรถไฟ เส้นแมคคอร์มิค ข้ามถึงวัดเจ็ดยอด รวมแล้วครอบคลุมเกือบทั้งเมือง ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นจริง มันจะยุ่ง ผลักดันก็ยาก แถมจะเกิดมาตรการควบคุมที่ใหญ่โตมากเกินไป จนอาจมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและวิถีชีวิตผู้คนได้ ..เพราะเชียงใหม่เป็นเมืองเก่าที่ยังมีชีวิต จะมาบังคับกะเกณฑ์คลุมไปหมดแทนที่จะดีจะกลายเป็นเสียไปซะ
พื้นที่ย่านอื่น โซนอื่น ที่ไม่ใช่เขตมรดกโลกก็ยังสามารถขยายตัว ออกแบบ ก่อสร้างและพัฒนาแอเรียนั้นๆ ไปภายใต้กรอบกฎหมายเดิม ผมชอบวิชั่นของคุณณรงค์ ตนานุวัฒน์ อดีตประธานหอการค้า เจ้าของมีโชคพลาซ่าที่สามารถต่อกรกับยักษ์เมืองกรุงได้แบบน่าชม
คุณณรงค์ขึ้นพูดเซสชั่นสุดท้ายมองว่า เขตความเจริญของเชียงใหม่มันย้ายจากช้างคลานไนท์บาร์ซ่า ไปที่นิมมานเหมินท์ และจากนี้ย่านที่จะเป็นดาวรุ่งก็คือตลอดสองข้างทางถนนซุปเปอร์ไฮเวย์ที่กำลังก่อสร้างอุโมงค์ทางลอดแม่โจ้ และขยายถนนซึ่งถ้าเสร็จมันจะโอ่โถงมาก เส้นคู่ขนานสองข้างทางนั้นจะเป็นโอกาสของย่านธุรกิจใหม่
นี่เป็นมุมมองของนักธุรกิจที่น่าสนใจมาก
แต่อย่างไรก็ตาม แม้จากนี้จะมีย่านใหม่ดาวรุ่งเพิ่มขึ้น ก็หาใช่ว่าย่านที่เป็นดาวเด่นเดิมจะหายไป (ซะที่ไหน) อย่างกลางเวียงเขตสี่เหลี่ยมคูเมือง ก็ยังคงเป็นศูนย์กลางท่องเที่ยว มีโรงแรมใหม่ๆ ขนาดเล็กประเภทบูติก-ล้านนาโฮเต็ลมากมายข้างใน จีนฝรั่งยังคงเดินกันขวักไขว่ ยิ่งหากมีแผนพัฒนาเป็นเขตมรดกโลก มันก็จะยังอยู่บนชั้นลมบนได้ต่อ
ย่านช้างคลานไนท์บาร์ซ่าและถนนเจริญประเทศนี่น่าสนใจมาก เพราะถูกเสี่ยเจริญ เบียร์ช้างซื้อไปแทบหมดแล้ว จากช้างคลานถึงแยกแสงตะวันไปจรดแม่น้ำปิงตรงเรือนโบราณ โรงแรมเพชรงาม (ถ้าจวนผู้ว่าฯเป็นของเอกชนคงก็ถูกซื้อไปแล้วฮาๆ )
ข่าวว่าเสี่ยเจริญจะทำย่านดังกล่าวให้เป็น เอเชียทีค รวมเอาย่านช้างคลาน ไนท์บาร์ซ่า และริมแม่น้ำปิง ในชื่อ ช้างคลานเมกะคอมเพล็กซ์ ซึ่งมันจะเป็นอะไรที่มหึมาอย่างยิ่ง เงินลงทุนระดับ 4-5 พันล้านมันสามารถเนรมิตย่านๆ หนึ่งขึ้นมาใหม่แบบพลิกโฉมได้เลย
ตามข่าวเขาว่าแผนการนี้กำลังเริ่ม.... ยังมองไม่เห็นอะไรชัดนัก แต่ที่แน่ๆ เรือนโบราณอาคารไม้เก่าแก่ถนนเจริญประเทศ ใกล้ขัวเหล็กที่เสี่ยเจริญซื้อไว้ก็อนุรักษ์ไว้ได้ดีนะ ข่าวว่าให้ราชมงคลฯ รับงานนี้ไป
ย่านนี้ทั้งย่าน จะมีสไตล์ของเมืองตามแนวของเสี่ยเจริญเบียร์ช้าง ที่ไม่เหมือนย่านกลางเวียง และดูๆ แล้ว สไตล์ของเสี่ยเจริญคงไม่เหมือน แนวพัฒนาย่านนิมมานเหมินท์ ที่เสี่ยตัน ชาเขียวยึดครองพื้นที่หัวถนนอยู่
3. #พื้นที่นิมมานเหมินท์
ย่านนิมมานเหมินท์พยายามผลักดันและสร้างอัตลักษณ์ตนเองให้เป็นบรรยากาศทันสมัย ฮิป เฮ้ว เปี่ยมไปด้วยไอเดียความคิดนวัตกรรมใหม่ๆ ( มานั่งจิบกาแฟแถวนี้ทำให้ตัวเองดูเท่ขึ้นมาไม่น้อย ฮาๆ )
เสี่ยตันเคยเป็นเจ้าของที่ดินห้างเมญ่า แม้จะขายให้ SF แล้วแต่ดูเหมือนว่าอิทธิพลของเสี่ยแกจะยังมีอยู่ในฐานะพันธมิตรธุรกิจที่ต่อเชื่อมกันกับธิงค์ปาร์ค และ (อดีตโรงแรม) อีสตินตัน
เอาแค่ที่มีอยู่ตอนนี้พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวทั้งหลายที่เดินเล่นตลอดย่านนิมมานฯ ก็จะถ่ายรูปเล่นกับตุ๊กตุ่นเสี่ยชาเขียวแล้วข้ามถนนไปเซลฟี่ที่หน้าห้างเมญ่า หมายความว่า การลงทุนของเสี่ยตันและพันธมิตร มีผลแนวทางการพัฒนาพื้นที่นิมมานเหมินท์อย่างยิ่ง
เสี่ยตันได้เช่าโรงแรมรินคำและพื้นที่ต่อเนื่องตลอดซอย 1 ไปทะลุออกห้วยแก้วได้อีกทาง นี่เป็นแลนด์มาร์คของย่านนี้ เมื่อรวมกับที่เดิมที่มีอยู่ จะทำให้เสี่ยตันกลายเป็น ผู้ครองย่านการค้าอีกย่านหนึ่ง ที่พอฟัดพอเหวี่ยงเป็นคู่แข่งกับเสี่ยเจริญ เบียร์ช้าง
ที่จริงคู่นี้ก็ปะทะเสียดสีกันมาตั้งแต่เสี่ยแกขายโออิชิให้ไทยเบฟ แล้วตลบหลังหันมาทำแบรนด์ อิชิตัน ชิงโชคเงินล้านแบบไม่ยี่หระพญาเบียร์ช้างก็เกิดมาแล้ว ดังนั้นการจะมาขับเคี่ยวเผชิญหน้ากันในสมรภูมิย่านการค้าเชียงใหม่อีกสักครั้ง ก็ไม่ได้แปลกอะไร
ยุคนี้เป็นยุคประชารัฐ เป็นยุคที่มหาเศรษฐีใหญ่หลายคนเข้ามาร่วมมือกับรัฐบาล เบียร์ช้างโดดเด่น แต่เสี่ยตันเหมือนจะวูบลง ไหนจะโรงแรมอีสตินตันถูกปิด ซ้ำมีข่าวยอดขายก็ลดลงพร้อมๆ กับข่าวว่ารัฐอาจจะเก็บภาษีน้ำหวานรสชา การลงทุนครั้งใหญ่ของเสี่ยตันตรงโรงแรมรินคำเก่ายังไม่แล้วเสร็จ มิหนำซ้ำก็มีข่าวว่าสถาปนิกระดับศิลปินแห่งชาติ ประกาศหนังสือพิมพ์ถอนตัวไม่ขอเกี่ยวกับโครงการนี้ต่อไป
มันเป็นอะไรที่อึมครึมมาก เพราะเสี่ยตันเก็บตัวเงียบ ถนนนิมมานเหมินท์ และสี่แยกที่ตัดกับห้วยแก้ว-ซุปเปอร์ไฮเวย์ เป็นย่านสำคัญอีกย่านของเชียงใหม่ แต่ดูจากแนวทางการพัฒนาที่ดินสไตล์เสี่ยตันแล้ว มันชวนขมวดคิ้วมาก อีสตินตันกับธิงค์ปาร์คที่มีขวดชาเขียวยักษ์ตั้งบนหลังคาเด่นตระหง่านเป็นอะไรที่อุจาดมาก เมญ่าก็มีสไตล์ไปแบบหนึ่ง ส่วนโครงการที่ตั้งเดิมของโรงแรมรินคำปรับปรุงใหม่ให้ดูทันสมัยทาสีดำๆ ก็ออกไปแนวนึง...
โครงการใหม่ถัดลงมาเป็นสีอิฐ ได้ไอเดียตั้งต้นจากศิลปินแห่งชาติดูหรูหราขึ้นมาหน่อย เพราะด้านในจะมีลานกิจกรรมซึ่งน่าจะดึงดูดผู้คนทั้งหมดที่ผ่านนิมมานเหมินท์ไปอยู่ที่นั่น แต่ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นอะไรแบบไหน ข่าวเล็ดลอดออกมาว่าแนวคิดของเสี่ยแกที่ขัดแย้งกับสถาปนิกใหญ่เพราะเสี่ยแกอยากได้ทัวร์มาลง อยากได้อะไรที่ขายได้เร็วๆ ส่วนรสนิยมของสถาปนิกออกไปทางระดับบน มีคลาสขึ้นมาหน่อย
เจอแหล่งข่าวสำคัญเขาเล่าว่า เสี่ยตันน่ะไม่ยอมทำสัญญาว่าจ้าง ไม่มีรายละเอียดผูกมัดตนเองกับสถาปนิกศิลปินแห่งชาติ พอไม่มีสัญญาก็ว่ากันไปตามอารมณ์ แรกๆ มีพื้นที่จะให้ทำงานราวๆ 1 หมื่นตารางเมตร ต่อมางานงอกเป็น 2 หมื่น เขาขอเพิ่มค่าแบบ แต่เสี่ยแกไม่ให้ บอกยังไงก็ไม่จ่าย เสี่ยตันทำงานแบบพ่อค้าต่อรองกันทุกเรื่อง แม้แต่เรื่องแบบ ฝ่ายโน้นเป็นถึงสถาปนิกใหญ่พอเสี่ยแกเยอะเข้าๆ ก็เลยโบกมือไม่เอาแล้ว ได้เงินค่าจ้างมาแค่ครึ่งเดียวจากที่ตกลงเดิม ส่วนเสี่ยตันได้แบบจำลอง ได้คอนเซ็ปต์การจัดวางพื้นที่ทั้งหมดไปแล้ว ถือว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม มันถึงเกิดการประกาศถอนตัวออกมา จบกันแบบไม่สวย
โครงการใหญ่ของเสี่ยจะอยู่ยังไง จะไปอย่างไร มีทิศทาง คอนเซ็ปต์แบบไหนเป็นอะไรที่ชวนลุ้นมาก เพราะย่านนิมมานเหมินท์ เป็นแลนด์มาร์คสำคัญของเมืองพอๆ กับย่านกลางเวียง และย่านช้างคลานไนท์บาร์ซ่า
นี่เป็นทิศทางของการพัฒนาย่านเวียงสำคัญๆ ของเมืองเชียงใหม่ก่อนจะก้าวขึ้นปี 2560 ... เป็นผลพลอยได้จากการไปนั่งฟังการประชุมสัมมนาอยู่เกือบวัน.
24 พ.ย. 59
ป.ล. ภาพเรือนโบราณ ถนนเจริญประเทศ สมบัติของเสี่ยเบียร์ช้างที่ให้สถาบันการศึกษาท้องถิ่นบูรณะ ขอบคุณภาพจาก Raks Mae Ping ส่วนภาพโครงการของเสี่ยตันที่รินคำ ได้จากเพจ อ.ชัยชาญ ถาวรเวช ขอบคุณทั้งสองแหล่ง





ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
ตอบลบ