วันพุธที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2556

50 years of I have a dream

วันนี้ครบ 50 ปี - - ที่มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ ได้ประกาศเจตนารมณ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด I have a dream … คำๆ นี้ของเขาเป็นอมตะไปแล้ว ถูกจารึกไว้ควบคู่กับวาทะสำคัญของประธานาธิบดีอเมริกาอีกหลายคนทั้งๆ ที่มาร์ติน ลูเธอร์ คิง เป็นแค่ผู้นำการเคลื่อนไหวบนท้องถนน


การเรียกร้องของเขาทำให้สหรัฐอเมริกา (ค่อยๆ) ยอมรับสิทธิของคนผิวสีให้เกิดความเสมอภาคเท่าเทียมแท้จริงจนออกผลมาเป็น Change --> Obama เมื่อ 4 ปีก่อน

หากศึกษาปรากฏการณ์มาร์ติน ลูเธอร์ คิง+การเรียกร้องสิทธิเสรีภาพความเท่าเทียมของชนกลุ่มน้อยในอเมริกาจะยิ่งมองเห็นประชาธิปไตยชัดเจนขึ้นว่า ..ประชาธิปไตยไม่ได้หมายถึงการเลือกตั้งหรือหีบเลือกตั้งอย่างที่คนไทยหลายคนเชื่อเช่นนั้น

หีบเลือกตั้ง เป็นแค่ "ขาหรือเท้า" ของประชาธิปไตย
สิทธิ-เสรีภาพ-ความเท่าเทียมเป็นธรรมต่างหากที่เป็น “หัวใจ” ของประชาธิปไตย !

ตอนก่อตั้ง-ประกาศอิสรภาพอเมริกาบรรดา Founder ของอเมริกา ธอมัส เจฟเฟอร์สัน, จอห์น อดัม, จอร์จ วอชิงตัน ฯลฯ ได้เขียนคำประกาศอย่างยิ่งใหญ่กินใจมากเป็นหลักการสำคัญเสมือนเสาเข็มของประเทศ

“All men are born free and equal, in dignity and in rights, and, being endowed by nature with reason and conscience, they should conduct themselves as brothers one to another.”

แต่ในทางปฏิบัติสิทธิเสรีภาพดังกล่าวมันไม่ได้คลุมถึง สตรี และ คนผิวสี (HA-HA ก็มันเขียนว่า All men นี่หว่า...ไม่ได้เขียนว่า All women and colors ด้วยนี่หว่า) สตรียังไม่มีสิทธิเลือกตั้งส่วนผิวสีคือทาส

เพิ่งจะมาคลี่คลายยึดหลักการที่ประกาศไว้ในชั้นหลัง....เรื่อยมาจนถึงการเคลื่อนไหวใหญ่เมื่อ 50 ปีก่อน ที่มาร์ติน ลูเธอร์ คิงนำการชุมนุมใหญ่ August 28, 1963 ที่บริเวณอนุสรณ์สถานลิงคอล์น ในเขต National Mall กรุงวอชิงตัน ดีซี

สปีชของคิงกลายเป็นเอกสารสำคัญทางประวัติศาสตร์ไปแล้ว เหมือนกับสปีชของลิงคอล์น เจเอฟเค มีคุณค่าไม่น้อยกว่าถ้อยคำความคิดของเจฟเฟอร์สัน

(น่าสังเกตไหมครับว่าฝรั่งให้ความสำคัญกับ “สปีช” มาก สปีชศักดิ์สิทธิ์เพราะแสดงจุดมุ่งหมายความคิดของเราต่อหน้าฝูงชนที่เท่าเทียมคนพูดเคารพคนฟังคนฟังก็เคารพคนพูดที่กลั่นกรองถ้อยคำความคิดออกมาแสดง.... แต่สำหรับวัฒนธรรมแบบตะวันออกสปีชอาจหมายความแค่โอวาท หรือแค่พิธีกรรม จึงไม่ค่อยมีการเชิดชูนำมาเก็บหรือเผยแพร่ซ้ำ .. เพราะเราไม่ค่อยให้ความสำคัญกับความคิดหรืออย่างไร?)

การเลือกสถานที่ลิงคอล์นเมมโมเรี่ยลก็เป็นสัญลักษณ์นะ เพราะลิงคอล์นมุ่งมั่นการเลิกทาสเป็นผู้นำของการกระทำว่า All men are born free and equal จริงๆ ซึ่งนี่ต่างหากคือหลักการสำคัญของประเทศเสรีประชาธิปไตย

ลองจินตนาการดูสิครับว่าเมื่อราว 30-40 ปีก่อน ให้คนผิวสีมีสิทธิ์เลือกตั้งเท่าเทียมกับคนขาว ยังไงๆ คนผิวสีก็แพ้เพราะเป็นคนกลุ่มน้อย เสียงสู้พวกส่วนใหญ่ไม่ได้

นั่งรถบัสเดินทางไปไหนก็ต้องแยกที่นั่งคนขาวคนดำ โรงเรียนเฉพาะคนขาวคนดำเข้าไม่ได้ ความไม่เท่าเทียมที่แท้จริงยังมีอยู่ตำตาในสังคมแล้วก็ประกาศว่าประเทศนี้เป็นประชาธิปไตยเพราะมีการเลือกตั้ง ... มันไม่ใช่เลยใช่ไหมครับ !!

สิทธิเสรีภาพและความเท่าเทียมที่แท้จริงต่างหากคือหัวใจของประชาธิปไตย

สังคมไทยถูกกระแสอะไรไม่รู้หลอกล่อให้เชื่อว่าเลือกตั้งคือประชาธิปไตยจนบ้านเมืองเละเทะ มีแค่เลือกตั้ง .. กูชนะแล้วกูยกพวกไปถล่มใครก็ได้

เมื่อ 50 ปีก่อนมาร์ติน ลูเธอร์ คิงประกาศว่า

I have a dream that one day this nation will rise up and live out the true meaning of its creed - we hold these truths to be self-evident: that all men are created equal.
.........

ฉันก็มีฝันเช่นกันว่า...

วันหนึ่ง สังคมไทยจะเคารพสิทธิพื้นฐานของประชาชน ให้เขาได้รับรู้ข่าวสารข้อมูลโดยไม่ปิดบัง (แต่ปัจจุบันมันยังปิด จำนำข้าวเรื่องคอขาดบาดตายมันปิดแต่ขอข้อมูลไปอังกฤษแม่งก็ปิด)

วันหนึ่ง...สังคมไทยเคารพสิทธิในการแสดงออกสาธารณะในการประท้วงต่อต้านโดยเปิดเผยปราศจากอาวุธโดยไม่มีไอ้แจ๊ดมาไล่ทุบ

วันหนึ่ง...สังคมไทยจะได้รับการบริการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมไม่มีเส้นสาย จากยุคหนึ่งลูกหลานอำมาตย์ผู้ดีมายุคนี้ลูกหลานนายทุนนักการเมืองได้เปรียบคนทั่วไป ตำรวจถ่ายรูปกับนักเลงโตที่เดินสายคุกคามคนไปทั่ว รัฐวิสาหกิจโยนงบประมาณให้บริษัทนักการเมืองโดยที่บริษัทชาวบ้านไม่มีสิทธิ์ไปแข่ง ฯลฯ

วันหนึ่ง...จะเกิดความเป็นธรรมแห่งนิติรัฐอย่างแท้จริง ในทุกกระบวนการให้ความเป็นธรรม ตำรวจเลิกเป็นโจร อัยการเลิกเป็นขี้ข้าฝ่ายบริหาร ตุลาการทำงานเที่ยงธรรม การบริการของภาครัฐเป็นไปโดยเสมอภาคไม่เลือกปฏิบัติ

ถ้าเป็นแบบนี้ได้ไม่ว่ารัฐบาลไหนพรรคไหนเข้ามา ประชาชนก็เป็นสุข

ฉันมีความฝัน... I have a dream

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น